20/01/2021
Breaking News

VARแผลงฤทธิ์แผลงเดช!! สิ่งที่อยากบอกข้างหลังลิเวอร์พูลเสีย2แต้ม

liverpool 1
2 ประตูของ ลิเวอร์พูล ถูก VAR ยึดคืน ก่อนที่ VAR จะบรรจงมอบจุดลูกโทษที่ 2 ให้ ไบรท์ตัน ตีเสมอซะอย่างนั้น !!!

1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมแบบไม่เต็มดูดสักเท่าไหร่ในระบบ 4-2-3-1 โดย โฌแอล มาติ๊ป ดันมาหายตัวไปอีกคนยากจนจำต้องเอาดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กับ แน็ตต์ ฟิลลิปส์ พอดีจริง
ทาคูไม่ ไม่นามิโนะ ได้ลงในตำแหน่ง ‘หน้าต่ำ’ เพื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์ไม่โน่ เป็นหน้าเป้า ประกบด้วย โม ซาล่าห์ รวมทั้งดิโอโก โชต้าส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ซาดิโอ มาเน่ ถูกขังเอาไว้ในซุ้มม้านั่งสำรองก่อน
แม้ว่าจะไม่สมประกอบ แต่ว่าด้วยประสิทธิภาพรวมทั้งมาตรฐานที่สูงกว่าก็น่าจะ ‘เอาอยู่’ นะครับ ว่าแล้วพวกพ้องหงส์ก็เริ่มในช่วง 10 นาทีแรกได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

2. ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เล่นได้แบบ ‘มีทรง’ อยู่แล้วนะครับ โดยจะใช้การเซ็ตบอลจากในแดนตัวเองพลางต่อบอลรวมทั้งทำชิ่งกันห้ำหั่นกับคู่แข่ง
หลังตั้งตัวได้ พวกเขาก็เริ่มครองบอลได้มากขึ้น ก่อนใช้จังหวะฉาบฉวย ตัวอย่างเช่นการวางตัดหลังแบ็คเข้าจู่โจม ลิเวอร์พูล ที่แนวรับดูหละหลวมๆรวมทั้งมีช่องว่างเข้าจู่โจม
เจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีอย่างยิ่งจริงๆ การรับจ่ายบอลแม่นยำทั้งยังสั้นรวมทั้งยาว แต่ว่าปัญหาที่อยู่คู่ทีมนวลนางแดนใต้มาตลอดเป็นปราศจากความเด็ดขาด
บ่อยครั้งที่เล่นดีมีโอกาสแล้วดันปลดปล่อยให้ผ่านไปในอวกาศ ขนาดได้จุดลูกโทษ รวมทั้งมีโอกาสขึ้นนำก่อน ยังอุตส่าห์เอามันไปโยนทิ้งลงโถส้วมเลยนะครับคุณ

3.ช่วงเวลาเดียวกันมันเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นได้ต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานของตน แบ็คขวาอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ เปลี่ยนเป็นข้อด้อย แดนกลางก็ขับเคลื่อนเกมไม่ถนัดนัก ไม่นามิโนะ ในตำแหน่งเลข 10 ก็ธรรมดาเกินความจำเป็น ไม่มีทีเด็ด เกมรุกดูพองๆรวมทั้งปราศจากความดุดัน แถมหาจังหวะจบสกอร์ได้น้อยไปหน่อย
อย่างไรก็ดี ด้วยความไม่เฉียบคมของ ไบรท์ตัน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษ เพราะมีโอกาสแล้วทำไม่ได้เอง สุดท้ายเสียประตูให้หงส์แดงจนได้

4. เมื่อ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่ไฉไลสักเท่าไหร่ แต่ว่าเกมรุกของเจ้าของบ้านก็ไม่มีประสิทธิ์ภาพพอเพียง
แต่ว่าใครกันแน่จะไปรู้ดีว่า VAR จะแผลงฤทธิ์ !!!
จุดลูกโทษของ ไบรท์ตัน มาจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไปหวดเท้าของ แดนนี่ เวลเบ็ค
เท่าที่เห็นจากภาพช้า นักฟุตบอลที่เด็กหงส์เรียกว่า ‘ร็อบโบ้’ ไม่ได้เจตนาทำฟาวล์อย่างแน่แท้
ไม่ซ้ำในจังหวะนั้น ‘ท่านพระอิศวร’ ก็ไม่น่าจะครองบอล หรือเกี่ยวบอลไปพบจังหวะทำแต้มได้ซะด้วย
ตามคอมม่อนเซ้นส์ – ไม่น่าจะเป็นจุดลูกโทษนะครับ
ไหมให้ก็อาจไม่มีผู้ใดว่า
ทว่าผู้ผดุงความเป็นธรรมอย่าง VAR กลับไม่ยินยอมปลดปล่อยผ่าน แล้วให้ผู้ตัดสินไปดูเองอีกครั้ง
ผมก็มองดูเสมือนเด็กหงส์ส่วนมากนั่นแหละนะครับว่าไม่น่าจะเป็น ‘จุดลูกโทษ’ นะ
อ้าว…แล้วเหตุไร ผู้ตัดสินถึงจัญไรให้เป็นจุดลูกโทษล่ะ ???
เหตุผลที่ผมเพียงพอจะเอามาชี้แจงได้ในที่นี้ เป็น…ท่านตุลาการสนามวินิจฉัยแบบ ‘เถรตรง’ ตามกฏกติกาเยอะเกินไปหน่อย

liverpool

คิดกล้วยๆอย่างงี้นะครับ เป็นถ้าเกิดเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกกรอบเขตโทษ มันเป็นการฟาวล์ไงนะครับ เพราะเท้าของ โรเบิร์ตสัน หวดไปโดนเท้าของ เวลเบ็ค โดยไม่ได้สัมผัสบอล
ถ้าเกิดเอาตามกฏมันก็ฟาวล์ ถ้าหากขึ้นนอกเขตก็เป็นฟรีคิก ถ้าหากขึ้นในเขต ก็เป็นจุดลูกโทษ ตามหลัก ‘นิติศาสตร์’
แต่ว่าถ้าเกิดใช้หลัก ‘รัฐศาสตร์’ หรือมี ‘ศิลป์’ สำหรับในการวินิจฉัย แม้กระทั่ง เวลเบ็ค ไม่โดนสกิดจังหวะนั้นก็ทำแต้มไม่ได้หรอก บอลล้นหนีเขาไปตั้งแต่จังหวะแรกแล้ว

5. นอกจากโทษความเถรตรงเกินความจำเป็นของการวินิจฉัย รวมถึงความเฮงซวยของ VAR แล้ว ลิเวอร์พูล อาจถูกลงโทษตัวเองด้วยที่เล่นไม่ค่อยดีนัก รวมทั้งทำประตูที่ 2 เพิ่มไม่เป็นผลสำเร็จ
กระนั้นยังขอยกตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้ VAR นี่แหละ สมแล้วที่โดนทัวร์ลงไปตามข้อกำหนด แถมทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ได้เกี่ยวโยงอะไรยังจำต้องมาโดนหางเลขไปด้วย