27/09/2020
Breaking News

Thor 3 : Ragnarok / ธอร์ 3 : ศึกอวสานเทพเทวดา (2017)

Thor 3 Ragnarok

หลังจากห่างหายจากภาคที่ 2 ไปถึง 4 ปี ภาคที่ 3 ของ Thor ทวยเทพสายฟ้าก็เข้าโรงฉายพลาดท่า โดยภาคนี้ดารายอดนิยมในภาคก่อนๆก็ยังอยู่เกือบจะครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เลียม เฮมสเวิร์ธ , ทอม ฮิดเดิลสตัน ,ไอดริส เอลบา แล้วก็ ท่านเซอร์แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ โดยภาคนี้ได้มีดาราสาวเจ้าบทบาทอย่าง เคท แบลนเชทท์ มาร่วมงานโดยมารับบทเป็นเฮล่าตัวร้ายของเรื่อง ซึ่งในภาคนี้ก็ได้ผู้กำกับหนังชาวนิวซีแลน์ ไทกา ไวตีตี โดยมีโปรดิวเซอร์หน้าเก่าอย่าง เควิน ไฟกี มาอำนวยการสร้างด้วยเช่นเดียวกัน

ธอร์ 3

หนังบอกเล่าเรื่องราวหลังจากที่ ธอร์ ( เฮมสเวิร์ธ ) ได้เสร็จภารกิจของทีมอเวนเจอร์ เขาเริ่มตามหาหินอินฟินิตี้แล้วก็ได้ทราบเรื่อง “คำพยากรณ์แร็กที่นาร็อก” ซึ่งทายว่าจะเกิดสงครามที่ทำให้แอสการ์ดจำเป็นต้องพังฉิบหาย เขาก็เลยพยายามคุ้มครองแอสการ์ดจากคำพยากรณ์ แต่ก็เหมือนจะสูญเปล่าเมื่อเจอกับความจริงที่โอดิน( ฮอปกิ้นส์ ) พ่อของเขาได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อเฮล่า ( แบลนเชทท์ ) ทวยเทพที่ความตายที่ถูกโอดินคุมขังได้ถูกปล่อยออกมา เฮล่า ก็เลยกลับมายังแอสการ์ดเพื่อแก้แค้นแล้วก็ยึดครองแอสการ์ด ธอร์ก็เลยจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อคุ้มครองแอสการ์ด ทว่า เฮล่ากลับจัดการธอร์ได้อย่างไม่ยากเย็น แถมค้อนโยเนียร์ก็ถูกทำลาย แล้วก็ในระหว่างการต่อสู้นั้นเอง ธอร์ได้หลุดไปยังดาวซาคาร์แล้วก็โดนจับไปเป็นนักสู้แกลดดิเอเตอร์ ซึ่งทำให้ธอร์ได้เจอกับฮัลค์ ( รัฟฟาโล ) แล้วก็จำเป็นต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหาทางกลับไปช่วยปล่อยแอสการ์ดจากเงื้อมมือของเฮล่า

ธอร์ 3-1
ถึงแม้โครงเรื่องดูน่าจะเป็นหนังแนวแอคชั่นหนักๆแบบซีเรียส แต่ตัวอย่างก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้มีฮาแน่ๆ หนังกลายเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่มีความตลกเบาสมอง ใส่มุกเข้าไปแบบไม่ยั้งเกือบจะทุกฉากทุกตอน แม้กระทั้งตัวโอดินพ่อของธอร์ที่ดูขรึมๆจริงจังๆก็ยังมีฉากฮากับเขาด้วยเลย แต่พอเพียงถึงฉากแอคชั่นก็มันสุดติ่ง ยิ่งได้เพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาประกอบกับตอนต่อสู้ของธอร์มันช่างลงตัวได้อย่างเหลือเชื่อ รวมถึงเพลงประกอบในตอนที่ไปยังดาวซาคาร์ก็มีกลิ่นอายคล้ายกับเรื่อง Guardian of Galaxy อยู่เช่นเดียวกัน เมื่อความตลกโปกฮารวมกับฉากแอคชั่นมันๆความสนุกสนานร่าเริงก็เกิดขึ้น รวมถึงฉากสถานที่ตามดาวเคราะห์ต่างๆสเปเชียลเอฟเฟกทำได้เยี่ยมยอดมาตรฐานไม่ตกไปจากภาคก่อนๆหรือหนังค่ายเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะประหลาดตาไปจากภาคก่อนๆคงเป็นในเรื่องของสีสันต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นที่ดาวซาคาร์ซึ่งเป็นดาวที่สามารถพูดได้ว่ามีความเหลื่อมล้ำเหมือนสังคมโลกในปัจจุบันที่คนรวยหรือคนชั้นสูงก็จะแต่งตัวดีๆสีสันบาดตาดูกีฬาที่มีความรุนแรง เช่น เอาคนมาฆ่ากัน ( ถ้าในโลกของเราก็อาจจะเป็นพวกมวยสากล หรือ อเมริกันฟุตบอล ) ขณะที่ชนชั้นกรรมกรก็จำเป็นต้องอาศัยอยู่ตามกองขยะคอยดักปล้นเพื่อเอาตัวรอด กล่าวได้ว่าดูๆไปก็สะท้อนถึงสังคมในปัจจุบัน

ธอร์ 3-2
สำหรับเฮมสเวิร์ธในบทบาทของธอร์ ภาคนี้ดูว่าเขาจะมีความผ่อนคลายเป็นพิเศษต่างจากภาคก่อนๆ โดยธอร์จะเป็นคนเฮฮา ขี้เล่น ถูกใจแหย่คนอื่นไม่ค่อยมีความดราม่าให้มองเห็นมากนักแต่ธอร์ก็ยังคงมีความเอาแต่ใจแล้วก็มักจะทำตามอารมณ์เหมือนเดิม ส่วนในบทแอคชั่นเฮมสเวิร์ธก็ยังเล่นบทบู๊ได้อย่างเท่ห์มีสไตล์ ถือว่าเฮมสเวิร์ธทำได้ตามมาตรฐานของเค้าที่เคยได้ทำเอาไว้ ในส่วนของโลกิ ถ้าเราได้เคยดูในภาคก่อนๆจะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนชั่วร้ายคอยคิดคดทรยศทุกคนได้ตลอดระยะเวลา แต่ในภาคนี้ฮิดเดิลสตันบางทีอาจจะไม่มีความชั่วช้าเท่าไรนัก แต่ในความเจ้าเล่ห์เพทุบายยังมีเหมือนเดิม เพิ่มเติมเป็นความพลิ้วไหว กล่าวได้ว่าที่เคยรังเกียจๆกัน บางทีอาจจะตกหลุมรักในความทะเล้นของเค้าก็เป็นไปได้ ในส่วนของแบลนเชทท์ในบทบาทของเฮล่า ทวยเทพที่ความตาย จำเป็นต้องถือว่าเธอเล่นเจริญสุดๆเหมาะสมกับบทนี้มากๆอีกทั้งสีหน้าแววตาลีลาดูก่อนวกับแม่มดที่ชั่วช้าราวกับในหนังเทพนิยายพี่น้องกริมม์ไม่มีไม่ถูก ดูไปดูมานี่นึกว่าดีเจต้นหอม หรือ พลอยรุกขชาติมาลย์มาเล่นเรื่องนี้ด้วย นานๆทีจะมองเห็นแบลนเชทท์มาเล่นหนังซูเปอร์ฮีโร่ อีกผู้ที่จำเป็นต้องขอกล่าวถึงก็คือในส่วนของ วัลคีรี่สมัยก่อนทหารชาวแอสการ์ดที่สวมบทบาทโดย เทสซ่า ทอมป์สัน เรื่องนี้เธอเล่นได้เท่ห์มากๆเป็นสาวนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งราวกับผู้ชายอกสามศอก แถมยังดูมีเสน่ห์กล่าวได้ว่าเป็นสาวผิวสีที่ขึ้นกล้องถ่ายรูปสุดๆดูงามสดใส แล้วก็โอดิน กษัตริย์ชราพ่อของธอร์ ที่ท่านเซอร์แอนโธนี่เล่น ที่แม้ว่าจะโผล่มาน้อยไม่มากนักแต่ก็ทำให้เรามองเห็นถึงออร่าของผู้แสดงผู้มีอิทธิพล แล้วก็ความมีอิทธิพลในทุกๆฉากที่แกโผล่มา เว้นฉากเฮฮาครับผม ที่แกเองก็เล่นได้น่ารักน่าเอ็นดูสามารถเรียกเสียงหัวเราะมาได้เช่นเดียวกัน ส่วนฮัลค์ในภาคนี้ก็จะเหมือนเด็กน้อยงี่เง่าดื้อดึงในร่างยักษ์ตัวเขียว ที่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นช่วงเช่นเดียวกัน ไม่ถูกกับฮัลค์ที่เราเคยดูที่มีความเกรี้ยวกราดบ่อยๆ

ธอร์ 3-3

สำหรับ Thor ภาคนี้ผมให้แต้ม 8.5 เต็ม 10 ขอรับ หักตรงที่บางครั้งพยายามใส่มุกเฮฮาเข้าไปมากเกิน บางมุกก็มีความรู้สึกฝืด บางมุกก็สามบาทห้าบาท ทั้งที่ฉากนั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่ก็ได้ เอาตรงๆก็มุกที่จะขำสุดๆก็จะเป็นในมุกพวกเจ็บตัว เป็นต้น รวมถึงการที่นักแสดงหลายๆตัวตายง่ายเกิ๊น อารมณ์ประมาณว่า อ่าว ตายแล้วหรอ ปัดโถ่ อุตส่าห์โผล่มาทั้งที (แต่ก็รู้เรื่องนะว่าเฮล่ามันเก่งจริงๆ) ทั้งที่บางตัวภาคก่อนๆโคตรเก่ง รวมถึงฉากซึ้งๆระหว่างบิดาลูก ที่ทำได้ดูท่าอารมณ์ยังไม่สุดเยอะแค่ไหน แต่หนังเรื่องนี้บันเทิงใจขอรับไม่น่าเบื่อดูเพลิดเพลินๆคนไหนที่ถูกใจแนวเฮฮาเบาสมอง หรือ แอคชั่นที่ถ่ายทำได้มันแล้วก็สวยแบบแฟนตาซี ต้องห้ามพลาด ยิ่งถ้าแฟนหนังมาร์เวลส์ยิ่งจำเป็นต้องดู

Thor 3 Ragnarok

ธอร์ 3 ศึกอวสานเทพเทวดา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น