29/06/2022
Breaking News

อนิเมชั่นMinions / มินเนียน (2015)วายร้ายตัวน้อย

มินเนียน

มินเนี่ยน

เรื่องย่อ:
เรื่องราวของเจ้าไม่นเนี่ยน เริ่มต้นที่รุ่งอรุณที่ยุคสมัย …ไม่นเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการพัฒนาการและทำหน้าที่รับใช้บรรดานายจ้างคนร้ายแสบขั้นเทพ พวกไม่นเนี่ยนที่ล้มเหลวชั่วกับชั่วกัลป์สำหรับในการรักษาชีวิตนายจ้างของตนเองเอาไว้ นับจาก ครั้ง.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตัวเองไร้นายจ้างและจมอยู่ในความหมดหวัง แต่เมื่อไม่นเนี่ยนตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนการและได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมสั้น และบ็อบน้อยผู้น่ารักน่าเอ็นดู สำหรับในการออกเผชิญภัยในโลกกว้างเพื่อหานายจ้างคนร้ายคนใหม่สำหรับมันและเพื่อนพ้อง อีกทั้งสามได้ออกเผชิญภัยสุดระทึกกระทั่งไปพบกับคนที่บางครั้งอาจจะเป็นนายจ้างใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมคนร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กสิตี้ในสมัย 60’s และไปลงเอยอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน ควรต้องประจันหน้ากับความท้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนกระทั่งขณะนี้ โน่นเป็นการปกป้องคุ้มครองเหล่า ไม่นเนี่ยน…จากการเช็ด มินเนี่ยน

รีวิว:
เชื่อมั๊ยว่าผู้ที่ไปดูเป็นพวกบ้าเห่อ… ชั้นก็คนนึงอะ เป็นพลอตหนังมันเป็นอะไรที่โอเค น่าสนใจระดับนึงกับการกลับไปพบต้นกำเนิดของเหล่าไม่นเนี่ยน (ที่เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าสร้างขึ้นจากเซลล์ของนักแสดง Gru: Despicable Me) แต่จริงๆเป็น… ไม่รู้เรื่องก็ได้ (นี่พูดจริง) ในความเห็นส่วนตัวของพวกเราหนังมันแอบหมดเสน่ห์ไป เพราะว่าเกือบจะอีกทั้งเรื่องที่มีแต่ตัวเหลืองเหล่านี้ แล้วพวกเราก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง ยกเว้นซะว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญสัก 15 ภาษาขึ้นไปรับรองฟังเข้าใจแน่ๆหลายคนกล่าวว่ามันผสมๆไม่กี่ภาษาเอง ใช่ ภาคแรกๆบางครั้งอาจจะใช่ มาภาคนี้ชั้นว่าไม่ใช่ละ เว้นแต่ อังกฤษ, สเปน, ฝรั่งเศษ, อิตาลี ปัจจุบันมีภาษาอินโดนีเซียด้วยข่า

มินเนี่ยน 1-1

จุดสังเกตุ: เวลาแต่ละตัวพูดขอบคุณมากจะพูดแตกต่างกัน ในหนังประเด็นนี้พวกเราแอบฟัง กราเซียส(สเปน) กับ Terima Kasih(อินโดฯ) ออกเลยมานั่งช็อคอยู่เพียงลำพังถึงความสิ้นหวังสำหรับในการผลิตดิกชันนารีเวอร์ชันภาษาไม่นเนียน… (ไม่ชอบคนปรับปรุงบทพูด ม่างโคตรขี้โกง)

การดูการ์ตูนประเด็นนี้เหมือนย้อนกลับไปมอง Tom and Jerry ที่แบบเป็น Slap Stick Comedy อีกทั้งเรื่อง (ขำขันเจ็บตัว ฟาดหัว ระเบิดตกใส่ อะไรพวกนี้) ทรามเป็นธรรมดาอีการ์ตูน Slap Stick มันสั้นๆ3-15 นาทีไม่เกินนี้ นี่ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง โอ๊ยปวดใจ เหมือนนั่งมองเดี่ยวไมโครโฟนพี่โน้ส อุดมเลยอะ ครั้งคราวการตีตั๋วมาดูหนังพวกเราก็อยากได้อะไรไปมากกว่าแค่ขำขันไงนึกออกมั๊ย?

นี่เครียดจากการพยายามวิเคราะห์หนังหนักมากมาย ละบรรดาไม่นเนียนตัวเหลืองก็อุตสาหะเบนความสนใจให้พวกเราไปสนใจมันมากกว่าสภาพแวดล้อมรอบข้าง
บ้าที่สุด

สรุป: ถ้ามองแบบไม่คิดอะไร บรรเทา สบายๆไปดูกับลูก กับแฟน ก็เอนเตอร์เทนดีจ้ะ แต่หาสาระอะไรมิได้ จริงๆนะ มันเป็นการกลับไปดูว่า Gru กับเจ้าไม่นเนียนเหล่านี้โคจรมาเจอกันได้อย่างไร โดยมี Set Up เป็น สมัย 60-70 ที่ตรงนี้แอบขัดใจทำให้พวกเรารู้สึกว่าเห้ยยย Gru แก่ขนาดนั้นเลยอ่อ?? ในหนังมีความรู้สึกว่าสักสามสิบกลางแต่ถ้านางกำเนิดสมัย 60 นี่ก็ไม่ใช่ละ มายก็อด…

มินเนี่ยน 1-2

ให้แต้ม 6/10

ถึงจะถูกใจเหล่านี้แค่ไหนแต่ในทางของหนังมันไปไม่สุดสักทางจริงๆอะ ขำขันก็ได้ไม่สุดเพราะว่าพวกมันคุยกันไม่รู้เรื่อง พวกเราก็ไม่รู้เรื่อง(ฮา) ดราม่าก็… เกือบจะไม่มี เป็นเหมือนทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง “อุตสาหะ” ทำออกมาให้มันมองขำขัน ให้มีเรื่องมีราวราว มันแปลงเป็นหนังตลกที่แออัดมุกใส่ผู้ชมตลอดเวลา มองละอ่อนแรงแทน กลับไปเปิด KingsMan : The Secret Service มองอีกครั้งดียิ่งกว่า ในความรู้สึกพวกเรานะ มันเป็นหนังสำหรับเด็กที่ใส่ Set Up เป็นสมัยเก่าเพื่อให้บิดามารดาดูแล้วเพลินไปกับลูกๆด้วยงี้ ฟีลลิ่งพวกเราเหมือนโดนบังคับให้มอง Tom and Jerry มาราธอนสักชั่วโมงได้เป็นออกมาละเหม็นเบื่อเลยอะ

ปล. ถูกใจ Bob นะ นางเหมือนหนู Agnes มากมายๆพวกเราจะเก็บ Box Set อยู่ดี เพราะว่ายังหา Despicable Me ภาค 1 มาเก็บมิได้ พวกเราว่าเรื่องที่เล่าในมุมคนมันอินกว่าการเล่าในมุมไม่นเนียน อย่างไรก็ไม่อินจริงๆได้แต่มองไปเพลินๆขำๆและจบๆไป โอเค บาย

Minions

มินเนียน