August 8, 2020
Breaking News

Avenger 4 กล่าวสรุปอย่างย่นย่อ เหล่าซูเปอร์ฮีโร่

อเวนเจอร์ 4

Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้ไม่ยากก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการถักต่อรายละเอียดของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่เกือบจะไม่หลงเหลือความมุ่งมาดอะไรก็แล้วแต่ให้กับผู้ชม

อเวนเจอร์ 4 กล่าวสรุปอย่างท้อถอย เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั้งทีมอเวนพบร์สแล้วก็กลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งบาดหมางในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตัวเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพเป็นเถ้าถ่านธุลี เนื่องมาจากพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมคนร้ายผู้ครอบครองถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับประดาไว้ด้วยเพชรนิลจินดาครอบครองโลกทั้ง 6 ก้อน หรือถ้าหากจะพูดให้ครบ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ราวครึ่งค่อนที่มอดม้วยมรณา แม้กระนั้นครึ่งหนึ่งของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จำเป็นต้องพลอยเสียชีวิตไปด้วย จากแนวนโยบายอันเลือดเย็นแล้วก็ชั่วร้ายของจอมบงการธานอส ผู้ซึ่งมองว่าโน่นเป็นแนวทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลคืนกลับสู่ความสมดุลแล้วก็อยู่รอด

เอาง่ายๆในแง่ของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีวันเลือกมากนัก เว้นแต่เก็บองค์ประกอบที่หักพังแล้วก็บาดหมางจากภาคก่อนหน้า แล้วก็ค่อยๆนำมาประสานให้เข้ารูปเข้ารอย แล้วก็ในขณะที่การเริ่มต้นพูดถึงรายละเอียดของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยคำตอบปมหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกแล้วก็กระบวนการที่คนทำหนังพาเหล่านักแสดงออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า แล้วก็เป็นจุดกำเนิดของช่วงนี้ เว้นแต่ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน

หรือเจาะจงให้แจ่มชัดอีกนิด จุดกำเนิดรายละเอียดของ Avengers: Endgame ไม่ได้มีสถานะเป็นความลับพอๆกับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้ผลิตก็ทิ้งเงื่อนงำเอาไว้ภายใน End Credit ของในระหว่างที่แล้วพอสมควร แล้วก็น่าไว้วางใจว่าไม่ได้เกิดเรื่องเหนือความคาดหวังสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักเยอะแค่ไหน แต่กันตามจริง คนทำหนังจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อเรื่องดำเนินไปต่อได้ หลักสำคัญก็เลยอยู่ที่ว่ามันมองแนบเนียนแล้วก็มีเหตุผล หรือว่าเป็นเพียงแค่การคิดคดทรยศผู้ชมอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็อาจจำเป็นต้องพูดว่าคนทำหนังสามารถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างลอยนวล

พินิจจากสถานะของการเป็นตอนสุดท้ายของแฟรนไชส์ ซึ่งถูกเรียกร้องให้จำเป็นต้องทำหลายแบบพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่การหาทางออกให้กับปัญหาของเรื่อง ผู้กระทำระจายบทให้นักแสดงซึ่งมีเยอะมากๆได้มีเวลาแล้วก็พื้นที่ของตัวเอง ไปจนกระทั่งการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้รำ่ลาบรรดานักแสดงที่อุตส่าห์คลุกคลีมาร่วมสิบปี แถมด้วยในระหว่างนี้ คนทำหนังก็ยังจำเป็นต้องรอหยอดมุกตลกสลับกับการสอดแทรกแง่มุมดราม่าเข้ามาเพื่อหนังมีจังหวะจะโคนขึ้นลงที่น่าติดตาม แล้วก็โน่นยังไม่ต้องพูดถึงฉากแอ็กชันที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังมาตั้งแต่ต้น โดยปริยาย Avengers: Endgame เป็นหนังที่หลบหลีกภาวะอุ้ยอ้ายแล้วก็งุ่มง่ามได้ลำบากยากเย็น

ส่วนที่น่าทึ่งก็คือ หนังสามารถจัดแจงกับข้อจำกัดแล้วก็ข้อเรียกร้องต่างๆที่พ่วงมาจากตอนก่อนหน้าได้อย่างเข้มข้น รัดกุม แนบเนียน คมคาย (หรือรายละเอียดที่รุ่มร่ามนิดๆหน่อยๆก็เป็นสิ่งเป็นที่ยอมรับได้) แล้วก็ก้าวเดินไปด้านหน้าได้อย่างเชื่อมั่นในตัวเองแล้วก็อันหนึ่งอันเดียวกัน ระยะเวลา 3 ชั่วโมงกับ 1 นาทีของหนังผ่านพ้นไปเช่นเดียวกันกับติดปีกโบยบิน เหนืออื่นใด นี่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สามารถใช้คำว่าปลื้มปิติตื้นตันใจ แล้วก็น่าไว้วางใจว่าผู้ชมจำนวนมากน่าจะเดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกห่วงหาอาทร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *