25/07/2021
Breaking News

5 องค์กร ว่าที่พันธมิตร หมอบุญ นำเข้าไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

จับตา 5 องค์กรรัฐ ว่าที่พันธมิตร “หมอบุญ” จ่อนำเข้าไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 กรณี นายแพทย์บุญ วนาสิน หรือ หมอบุญ ประธานกรรมการ บริษัท จังหวัดธนบุรี เฮลท์สนใจ กลุ่ม จำกัด (มหาชน) เผยว่าจะร่วมมือกับองค์กรใหญ่ของภาครัฐ เพื่อเจรจาซื้อวัคซีนจำพวก mRNA อีก 2 แบรนด์
แบรนด์แรกจาก บริษัท ไบออนเทค บริษัทขายยาเชื้อชาติเยอรมนี ผู้พัฒนาวัคซีนปกป้องเชื้อไวรัสวัววิด-19 ร่วมกับบริษัทไฟเซอร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนอีกแบรนด์จาก บริษัท โนวาแวกซ์ อิงค์ หนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ปริมาณ 20 ล้านโดส โดยจะเร่งให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ดังที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด หมอบุญ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า วันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) บริษัทจะเซ็นชื่อสัญญาเพื่อนำเข้าวัคซีนจากบริษัท ไบออนเทค โดยจะมีหน่วยงานราชการที่มีสิทธินำเข้าวัคซีนร่วมเซ็นชื่อด้วย ซึ่งจะเปิดเผยชื่อภายหลังการเซ็นต์ชื่อเสร็จ
การเซ็นต์ชื่อวันพรุ่งนี้จะนับว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรับรองปริมาณวัคซีนที่สั่งซื้อรวมทั้งนำเข้า ภายหลังดำเนินการกรรมวิธีต่างๆมา 1 เดือนแล้ว เหลือแค่ทางสหรัฐอเมริกาแค่นั้นว่าจะอนุมัติดังที่ขอไป 20 ล้านโดส ในระยะแรกหรือไม่
หลังจากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาเพียง 1 วัน เพื่อจดทะเบียนวัคซีน เนื่องจากว่าเป็นวัคซีนลักษณะเดียวกันกับที่บริษัทไฟเซอร์ (เมืองไทย) จำกัด ได้จดทะเบียนไว้กับอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) สำหรับใช้ในไทยได้ในคราวฉุกเฉินแล้ว ก่อนที่จะนำเข้าได้เลยภายใน 1 อาทิตย์ โดยเครือโรงพยาบาลจังหวัดธนบุรีจะเป็นผู้กระจายวัคซีน
อย่างไรก็ดี หมอบุญ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อหน่วยงานของรัฐที่จะเป็นผู้นำเข้า รับรองว่าหน่วยงานดังกล่าวมาแล้วข้างต้นไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเป็นผู้นำเข้าวัคซีน รวมทั้งช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
5 องค์กรว่าที่ผู้สนับสนุน “หมอบุญ”
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรน่า 2019 (วัววิด-19) เรื่อง กรรมวิธีการบริหารจัดแจงวัคซีนปกป้องโรควัววิด-19 สาระสำคัญอยู่ที่ ข้อ 3 ที่ระบุให้ 5 หน่วยงาน ที่มีหน้าที่รวมทั้งอำนาจในการให้บริการด้านการแพทย์ หรือสาธารณสุข แก่พสกนิกร ร่วมมือกันในการดำเนินการจัดหา สั่ง หรือนำเข้าวัคซีนปกป้องโรควัววิด-19 อย่างเร่งด่วน
เพื่อพสกนิกรได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพรวมทั้งมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ภายใต้กฎหมาย กฎ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวโยง หรือตามหลักกฏเกณฑ์ที่หน่วยงานนั้นๆระบุ
โดย 5 หน่วยงานดังกล่าวมาแล้วข้างต้น มี
1. กรมควบคุมโรค
2. องค์การเภสัชกรรม
3. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
4. สภากาชาดไทย
5. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ
2 ตัวเลือกที่เอาทิ้ง
จนกระทั่งจะถึงวันพรุ่งนี้ คงจะยังไม่มีผลสรุปว่าองค์กรใดของภาครัฐที่ร่วมกับหมอบุญ เจรจานำเข้าวัคซีนจาก บริษัท ไบออนเทค แต่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) น่าจะเป็นตัวเลือกแรกที่ถูกเอาทิ้ง ถ้าหากใคร่ครวญจากความไม่ลงรอยกันล่าสุดที่ อภ.ฟ้องร้องดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายกับหมอบุญ ในข้อกล่าวหา “ดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณา อันเป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย”
กรณีหมอบุญให้สัมภาษณ์หัวข้อการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์ทุ่งนาของสโมสรโรงพยาบาลเอกชน โดยระบุว่า อาจต้องเสียภาษีอากรมูลค่าเพิ่มโดยประมาณ 2 รอบ รอบแรกมาจาก อภ.ที่ซื้อวัคซีนจากบริษัทผู้แทน รอบที่ 2 จากโรงพยาบาลเอกชน ซื้อต่อจาก อภ.อีกครั้ง บวกกับค่าบริหารจัดแจงอีก ซึ่งทำให้วัคซีนมีต้นทุนสูง
เวลาที่ทาง อภ.โต้ว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดรวมทั้งกำเนิดความเสียหาย แต่ อภ.รับรองว่าไม่สามารถที่จะเปิดเผยราคานำเข้าได้ บอกเหตุผลว่าเป็นข้อตกลงในการเจรจาซื้อขายแลกเปลี่ยน ที่ไม่ให้อีกทั้ง 2 ข้าง เปิดเผยราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนของคู่ค้าได้
• องค์การเภสัชฯฟ้องร้อง “หมอบุญ-อ.ลอย” ดูหมิ่น ปมวัคซีนโมเดอร์ทุ่งนา
• องค์การเภสัช แจงปมราคานำเข้า “วัคซีนโมเดอร์ทุ่งนา” ไม่ตรงเรื่องจริง
ประกอบกับที่หมอบุญให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย สะท้อนปัญหาการนำเข้าวัคซีนโดยภาคเอกชนที่ผ่านมาว่า ที่โรงพยาบาลของตัวเองไม่สามารถที่จะนำเข้าวัคซีนได้ ด้วยเหตุว่าติดเงื่อนไขในคราวฉุกเฉินที่ผู้ผลิตควรต้องทำสัญญากับหน่วยงานราชการแค่นั้น กระทั่งวัววิดระบาดหนักเป็นระลอกที่ 3 รัฐบาลก็เลยมีนโยบายวัคซีนช่องทาง เพื่อเอกชนมีส่วนร่วมในการนำเข้าวัคซีนได้ หลังจากนั้นไม่นานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็สามารถนำเข้าวัคซีนสิโนฟาร์มได้ภายใน 2 อาทิตย์
“เราก็เลยมีความคิดเห็นว่าควรต้องใช้ช่องทางในลักษณะเดียวกัน โดยไม่ต้องผ่านองค์การเภสัชกรรมด้วยเหตุว่ากรรมวิธีล่าช้ามากมาย” หมอบุญกล่าว
อีกตัวเลือกที่เอาทิ้งคือ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา หมอบุญให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ รับรองว่าหน่วยงานที่เจรจาด้วยไม่ใช่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ไม่ใช่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ งานเขามากมาย ก็ไปติดต่อหน่วยงานอื่นที่ใหญ่มากยิ่งกว่า” หมอบุญกล่าว
ฉะนั้น ก็เลยเหลืออีก 3 หน่วยงาน เป็นต้นว่า กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนแห่งชาติ รวมทั้งสภากาชาดไทย ในปริมาณนี้มี 2 หน่วยงานที่เพิ่งจะมีข่าวเกี่ยวกับวัคซีนวัววิด เป็นต้นว่า กรมควบคุมโรค รวมทั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานอัยการสูงสุดอ้างถึง ระบุว่าเป็นหน่วยงานที่ส่งคำร้องขอให้ตรวจร่างสัญญาจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
อีกหนึ่งหน่วยงานคือ สภากาชาดไทย ซึ่งที่ผ่านมามีการให้บริการฉีดวัคซีนผ่านโรงพยาบาลจุฬาลงมือณ์แค่นั้น
อย่างไรก็ดี วันพรุ่งนี้ก็เลยจะรู้คำตอบแจ่มแจ้ง
• อัยการสูงสุด ยังไม่ได้ร่างสัญญาซื้อโมเดอร์ทุ่งนา จนกระทั่ง 1 วันเสร็จ