27/06/2022
Breaking News

10 เรื่องสำคัญวัน ‘อภิวัฒน์สยาม’ 24 มิถุนายน 2475

24 มิถุนายน 2475 “อภิวัฒน์สยาม” วันสำคัญแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

ครบรอบ 89 ปี “อภิวัฒน์ไทย” ในวันที่ 24 มิ.ย. 2475 เยี่ยมในวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยเกิดเหตุการณ์สำคัญเป็น การเคลื่อนไหวการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วก็ตั้งระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ โดยกลุ่ม “สาขาวิชาประชากร” ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ส่งผลมาถึงขณะนี้
ถึง “วันอภิวัฒน์ไทย” ไม่ค่อยถูกจำมากสักเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อื่นๆแต่ว่าถ้าเกิดดูในมุมความน่าดึงดูดใจที่คนไทยน่าจะทราบ คงจะไม่ผิดถ้าเกิดจะบอกว่าวัน “อภิวัฒน์เมืองไทย” น่าสนใจไม่แพ้วันสำคัญอื่นๆเลย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จะพาไปดู 10 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับวันอภิวัฒน์ไทย 2475 ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน!
1. “วันอภิวัฒน์เมืองไทย” กำเนิดในสมัยรัชกาลที่ 7
เรื่องราววันอภิวัฒน์ไทย 24 มิ.ย. 2475 เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โดยระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น ท่านได้เสด็จแปรพระราชฐานประทับอยู่ที่พระราชสำนักไกลตื่นตระหนก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในคืนวันที่ 25 มิ.ย. พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เสด็จกลับเมืองหลวงโดยรถไฟพระที่นั่งพื้นที่แผนกพยาบาลเมืองหลวงข้างทหารส่งไปรับ
ถัดมาในวันที่ 26 มิ.ย. พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ให้บุคคลสำคัญของสาขาวิชาประชากรเข้าเฝ้ารวมทั้งท่านได้ทรงลงพระปรมาธิปไธยพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่แผนกผู้ทำการเคลื่อนไหวการปกครองแผ่นดิน
ในวันที่ 27 มิ.ย. พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าอยู่หัวได้พระราชทาน พระราชบัญญัติกฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดินเมืองไทยเป็นบางครั้งบางคราวให้เป็นกติกาการปกครองประเทศเป็นบางครั้งบางคราวไปก่อน
2. “สาขาวิชาราษฎร” เป็นผู้ใด?
สาขาวิชาประชากร เป็นกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่การตั้งระบอบประชาธิปไตยที่มีพระกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายทางด้านการเมืองแบบใหม่ในช่วงนั้น
เดิมกลุ่มแผนกประชากรก่อตั้งขึ้นจากกลุ่มนักเรียนไทยในประเทศประเทศฝรั่งเศส เมื่อ พุทธศักราช2467 โดยมีผู้ร่วมเข้าประชุมสัมมนา เป็นต้นว่า หลังจากนั้นขั้นตอนการหาสมาชิกเพิ่มของกลุ่มแผนกประชากรก็ได้ขยายตัวการเข้ามาถึงกลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งในปี พุทธศักราช 2475 ก็เลยทำอภิวัฒน์ระบอบการปกครอง โดยมี พันเอกพระยาพหลพลหมู่เสนา เป็นหัวหน้าผู้ก่อตั้งสาขาวิชาพยาบาลเมืองหลวงข้างทหาร ที่มีนายทหารระดับนายพันเอก 3 คนเป็นพระยาพหลพลหมู่เสนา พระยาทรงสุรเดชะ และพระยาฤทธิอัคเนย์ ควบคุมการอภิวัฒน์
ดังนี้ในกลุ่มสาขาวิชาประชากรก็มิได้มีแต่นักเรียนนอก แต่ยังมีทั้งกลุ่มนักเรียนในประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งกลุ่มข้าราชการอื่นๆอีก เนื่องมาจากความรู้สึกนึกคิดประเด็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นความคิดที่แพร่หลายอยู่ในกลุ่มสังคมหลายกลุ่ม เป็นต้นว่า นักเขียนข่าว ผู้เขียน ผู้มีการเล่าเรียน อาจารย์ ชนชั้นกลางในเมือง พ่อค้า และเจ้าของธุรกิจรายย่อย
3. ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการ “อภิวัฒน์ไทย”
เหตุด้านสถาบันการเมือง ที่มีการผูกขาดรวมศูนย์อำนาจในกลุ่มนายแล้วก็เจ้าขุนมูลนายชั้นสูง จนกระทั่งการจัดการราชการแผ่นดินชักช้าและขาดความสามารถ บวกกับความไม่ยุติธรรมในระบบราชการ
ต้นเหตุด้านอุดมการณ์ ที่มีการแพร่หลายของแนวคิดใหม่ๆทำให้คนธรรมดากำเนิดสามัญสำนึกตื่นตัว รวมทั้งอยากได้เห็นการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ระบอบประชาธิปไตยแล้วก็ชาตินิยมของสามัญชน ซึ่งท้าทายอุดมการณ์แบบจารีตที่ย้ำชาติตระกูล บุญบารมี และความไม่เสมอทางชนชั้น
สาเหตุด้านการก่อตัวของชนชั้นใหม่ ที่มีการเติบโตของชนชั้นเจ้าหน้าที่รัฐแบบใหม่ ชนชั้นกลาง บัณฑิต นักเรียนนอก นักเรียนใน คนทำข่าว พ่อค้า รวมทั้งวิชาชีพสมัยใหม่ สาเหตุจากการเปิดประเทศรวมทั้งแก้ไขเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ต่อเนื่องมาจนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มคนใหม่ๆเหล่านี้มากับสามัญสำนึกใฝ่หาความอิสระ ความนำสมัย และความเสมอภาคกันเท่าเทียมกัน
เหตุด้านเศรษฐกิจ อาทิเช่น วิกฤติการคลังสืบทอดมาจากสมัยรัชกาลที่ 6 บวกกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกในตอนปี 2472-2475 รัฐบาลตกลงใจแก้ไขปัญหานี้โดยการจัดทำงบประมาณเสียดุลและปรับเจ้าหน้าที่รัฐชั้นกึ่งกลางแล้วก็ข้างล่างออกหลายระลอก (แต่ว่ารักษาปกป้องคุ้มครองผู้ดีแล้วก็เจ้าขุนมูลนาย) ขึ้นภาษีเงินได้กระทบคนชั้นกึ่งกลางรวมทั้งราษฎร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนระดับล่าง จนกระทั่งกำเนิดกระแสไม่ชอบใจต่อรัฐบาล
เหตุสภาพแวดล้อมด้านนอก ที่เกิดการล่มสลายของระบอบราชาธิปไตยทั่วโลก ไล่มาตั้งแต่จีน รัสเซีย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี
4. “อภิวัฒน์ไทย 2475” แบ่งเป็น 2 ระลอก
ความอลหม่านด้านหลังการอภิวัฒน์ 2475 ระลอกเด็กอ่อนจากข้างเจ้าขุนมูลนายเก่าที่อยากได้เปลี่ยนแปลงระบอบรัฐธรรมนูญแล้วก็ช่วงชิงอำนาจกลับคืนจากแผนกประชากรไปสู่กลุ่มตน จนกระทั่งทำให้ระบอบประชาธิปไตยสภานิติบัญญัติหยุดชะงัก
รวมทั้งระลอก 2 เป็นการเปลี่ยนแปลง 2476 ของพระยาจิตปกรณ์นิติผู้สรรค์ ที่เป็นจุดแรกเริ่มของการต่อสู้ระหว่างข้างสาขาวิชาราษฎรที่อยากได้พิทักษ์รักษามรดกของการอภิวัฒน์ กับข้างเจ้าขุนมูลนายอนุรักษนิยมที่อยากได้ทำลายสาขาวิชาราษฎรและเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยที่มีการแยกอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญกลับไปสู่ระบอบครึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์
5. เป็นชนวนให้กำเนิดกบฏบวรเดชะ
เรื่องราวของการอภิวัฒน์ไทยระลอก 2 เป็นชนวนและทำให้เกิด กบฏบวรอำนาจ เป็นความอุตสาหะก่อการรัฐประหารด้วยกำลังอาวุธเพื่อโค่นอำนาจรัฐบาลของแผนกราษฎรในปี 2476 ในชื่อดำเนินงานอย่างเป็นทางการว่า แผนกกู้บ้านกู้เมือง
สาขาวิชากู้บ้านกู้เมือง ประกอบไปด้วยนายแล้วก็เจ้าขุนมูลนายที่สวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์ในระบอบราชาธิปไตย ตัวอย่างเช่น พระวรวงศ์เธอ ท่านเจ้าบวรเดชะ ซึ่งเป็นหัวหน้าสำหรับในการกบฏครั้งนั้น ได้ยื่นคำขาดแก่รัฐบาลแผนกราษฎรให้ใช้การดูแลในรูปแบบของระบอบราชาธิปไตย โดยใช้ความรุนแรงทหารจากหัวเมืองอย่างใหญ่โตหลัก จนกระทั่งมีการปะทะกันในตุลาคม 2476
6. ผลพวงตอนหลังมีการ “อภิวัฒน์ไทย”
ทางด้านการเมือง มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ ตั้งการปกครองโดยรัฐธรรมนูญที่มีการแบ่งอำนาจเป็นสามข้าง (นิติบัญญัติ บริหาร แล้วก็ตุลาการ) มีการสร้างสถาบันทางการเมืองใหม่ ยกตัวอย่างเช่น สภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรี ชุมนุมการบ้านการเมือง กลุ่มผลประโยชน์วิชาชีพ การเลือกตั้ง ฯลฯ ที่เปิดให้คนคนใหม่และคนธรรมดาเข้ามามีส่วนร่วมสำหรับในการใช้อิทธิพลสาธารณะมากยิ่งขึ้น
เว้นเสียแต่ยังมีการกระจายอิทธิพลสู่เขตแดน การขยายระบบราชการรวมทั้งปรับการทำงาน ทั้งยังมีการเปลี่ยนระบบข้อบัญญัติ มีการแก้ไขข้อสัญญาที่เสียเปรียบกับต่างชาติ ทำให้ประเทศมีเอกราชที่บริบูรณ์
ทางด้านสังคม มีการจัดระบบการศึกษาเล่าเรียน ระบบการแพทย์รวมทั้งสาธารณสุข ระบบขนส่งที่ล้ำสมัยให้ครอบคลุมแล้วก็เสมอภาคเพิ่มมากขึ้นโดยรัฐบาลดำเนินหน้าที่หน้าที่แบบเมืองสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ขยันหาสินค้ารวมทั้งบริการสาธารณะให้ถึงมือประชากร มีการขยายตัวของสถานศึกษารวมทั้งมหาวิทยาลัย โรงหมอทั้งในแล้วก็นอกจังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งถนนเชื่อมต่อการเดินทางรวมทั้งขนส่งสินค้า คนธรรมดาได้โอกาสสำหรับในการเลื่อนชั้นทางสังคมมากขึ้น
ด้านเศรษฐกิจ เมืองเข้าไปมีหน้าที่มากเพิ่มขึ้นสำหรับในการกำหนดนโยบายแล้วก็แก้ไขระบบกิจการแล้วก็การลงทุนในภาคทำการเพาะปลูก บริการ และอุตสาหกรรม มีการวางส่วนประกอบเบื้องต้นต่างๆขึ้นมารองรับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ เข้าไปหางานรวมทั้งผลักดันอาชีพต่างๆ

• ติดเชื้อ ‘โควิดวันนี้’ จังหวัดสมุทรสาครพื้นที่สีแดง พบรายใหม่ 259 ราย
• ยืดช่วงเวลา ‘โคกหนองนา โมเดล’ อีก 2 เดือน ด้านหลังพบขัดข้องหลายปัญหา
• ‘WHART’จ่อเพิ่มทุนครั้งที่ 6 ไม่เกิน 5.55 พันล้าน ยกความสามารถเงินบนทำเลดีเยี่ยมโลจิสจิกส์
7. อิทธิพลจากกระแสการบ้านการเมืองโลก
การอภิวัฒน์เมืองไทยที่เกิดขึ้นในตอนปี พุทธศักราช 2475 นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากกระแสการบ้านการเมืองโลกตั้งแต่ด้านหลัง พุทธศักราช 2465 ที่มีการพังทลายของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ทั่วทั้งโลก ประเทศมหาอำนาจที่เคยดูแลแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซีย และประเทศตุรกี ต่างก็ถูกโค่นลงทุกประเทศ ส่วนประเทศที่ยังมีระบอบกษัตริย์ในยุโรปต่างก็แปลงเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ มีรัฐธรรมนูญแล้วก็สภานิติบัญญัติจากการเลือกตั้ง แปลงเป็นการปรากฏปกติของช่วงนั้นไปโดยปริยาย

8. รัฐธรรมนูญในตอนแรกของไทยด้านหลัง “อภิวัฒน์ไทย”
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและแผนกราษฎรได้เริ่มเตรียมพร้อมให้มีรัฐธรรมนูญฉบับแรกแก่พลเมือง พระราชบัญญัติกฎหมายธรรมนูญชั่วครั้งชั่วคราวมีการลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ตอนวันที่ 27 มิ.ย. พุทธศักราช 2475 ถือได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย
“ระบอบประชาธิปไตย
ตอนลำดับที่สอง : เป็นพักๆที่ประชากรเยอะมากยังขาดวิชาความรู้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักระบอบประชาธิปไตยรวมทั้งการเลือกตั้ง สภานิติบัญญัติถูกเปลี่ยนให้ควรต้องมีสมาชิกที่ได้รับการแต่งอยู่ครึ่งเดียว รวมทั้งอีกครึ่งเดียวได้รับการเลือกตั้งเข้ามาตามแบบระบอบประชาธิปไตยทางอ้อม แต่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจึงควรได้รับการสำรวจจากแผนกราษฎรก่อนที่จะมีการออกเสียงทุกหน
ตอนลำดับที่สาม : พระราชบัญญัติกฎหมายธรรมนูญกฎเกณฑ์ว่าการเป็นผู้แทนระบอบประชาธิปไตยสุดความสามารถในสภานิติบัญญัตินั้นจะบรรลุได้เฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วสิบปีหรือมวลชนมากยิ่งกว่าครึ่งเดียวจบเกินกว่าระดับประถมศึกษา สุดแต่ว่าแบบไหนจะกำเนิดก่อน
9. มรดกสาขาวิชาราษฎร
มรดกทางวัฒนธรรมของแผนกราษฎร มีทั้งยังศิลปวัตถุรวมทั้งสถาปัตยกรรม