03/12/2020
Breaking News

ไม่ค่อย’เฮฟวี่’เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล

หลังจากชมศึกอภิมหายุทธ์ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเอยด้วยการเสมอกัน 1-1 จบแล้ว

ผู้มีจิตเชื่อถือในภูติผีปีศาจแดงอย่างผมต้องการจะบอกว่า…

football

1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดกลุ่มได้บ้าเลือดดีนะขอรับ ในเมื่อคนนั้นก็ชอบ คนนี้ก็รักว่าและก็ส่งแม่งลงทั้ง โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ ดิโอหรูหรา โชต้า พร้อมกันไปเลย
ดูผิวเผินเหมือนปรับระบบเป็น 4-2-3-1 ให้จอมบุกแซมบ้าเป็นหน้าต่ำ โม ซาลาห์ หน้าเป้า ประกบข้างด้วยดาวยิงตัวใหม่ รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน่ แต่ว่าสิ่งที่เห็นบนฟลอร์ต้นหญ้าเหมือนเป็น 4-4-2 หรือ 4-2-4 ซะมากยิ่งกว่า เหตุเพราะนักฟุตบอลที่เด็กหงส์เรียกอย่างน่ารักน่าเอ็นดูน่าตบว่า ‘บ๊อบบี้’ มิได้ลงต่ำมาช่วยเกมในแดนกึ่งกลางสักเท่าไหร่
ADVERTISEMENT
แค่นี้ยังไม่เพียงพอ ฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างก็กระทำตนเหมือนเป็นปีกอยู่แล้ว แปลว่าเวลารุก พวกพี่ๆเขาจะดาหน้ากันขึ้นไปเป็นแผงถึง 6 ตัว !!!
football
2. อย่างไรก็แล้วแต่
สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นแตกต่างกัน เพราะผมรู้สึกว่าจัดตัวแบบงี้ ‘ลิเวอร์พูล’ เจตนา ‘เอาตาย’ แน่นอนเอาตายด้วยวิธีการเล่นแบบ เฮฟวี่ เมทั่ล – บีบสูงพลางเพรสซิ่งอย่างคุ้มคลั่ง
แต่ทว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ หงส์แดง มิได้เล่นเกมรุกในจังหวะโลหะหนัก
เหตุที่ไม่กล้า ‘เฮฟวี่’ สักเท่าไหร่ เข้าใจว่าอาจจะเกรงเกียรติของเจ้าถิ่นที่ไม่ใช่ เชฟฯ ยูไนเต็ด หรือ เวสต์หมูแฮม นะโว้ย หากข้างหลังดันขึ้นสูงเกินไป แถมบีบเขาไม่จนจะแปลงเป็นการเปิดพื้นที่ว่างในแดนข้างหลังให้คู่ปรปักษ์มากเกินไป
football
3. ช่วง 15 นาทีแรก พลพรรคลิเวอร์พูลเล่นได้ดียิ่งไปกว่ากระจ่างแจ้ง แถมความสะเพร่าของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังช่วยทำให้พวกเขาขึ้นนำจากจุดโทษอีกต่างหาก – ช่วงนั้นมองดูยังไง แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่น่ารอด เพราะนอกจากจะบุกไม่ขึ้น ยังดูเกร็งๆอีกต่างหาก
เทียวไปเทียวมาแปลงเป็นแชมป์เก่านี่แหละที่แผ่วไปเอง แล้วถอยมาเล่นแบบคุมพื้นที่ เวลาที่แดนกึ่งกลางของกลุ่มเรือใบเหนือกว่า เพราะมีมิดฟิลด์ตัวกลางมากยิ่งกว่าจนตีเสมอได้วำเร็จ
น่าเสียดายที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงจุดโทษพลาด ว่าแล้วนึกถึงเกมนี้ เมื่อ 2 ฤดูก่อนที่ แอนฟิลด์ ทั้ง 2 กลุ่มเล่นอย่างถี่ถ้วนแบบงี้แหละ ก่อน แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดโทษในนาทีในที่สุดแล้ว ริยาด ซาตานเรซ ตะบันลูกลอยละล่องไปในอวกาศ แม้ว่าจะไปไม่ถึงพระจันทร์ แต่ว่าก็ตกอยู่ท่ามกลางดวงดาว…ถุยยย

4. หงส์แดง เล่นแบบเน้นผลกระจ่างแจ้ง รู้สึกว่าล้วง 1 แต้มออกจาก อิสต์แลนด์สได้ก็ไม่น่าชัง เวลาที่ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่กล้ารุกเต็ม 80 ตีนถีบ ด้วยคิดคล้ายกันว่าเสมอแชมป์เก่าได้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า
พูดง่ายๆว่ามันยังอยู่ในตอนต้นฤดู ระยะทางยังเหลืออีกยาวไกล ไม่จำเป็นที่จะต้องรับหักหาญกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้าง เท่ากันก็ดีแล้วกว่าเสี่ยงแล้วแพ้…ว่างั้นเหอะ
football
5. ราฮีม สเตอร์ลิง เวลาพบกลุ่มเก่าจะออกอาการ ‘เพียรพยายามเกินเหตุ’ จนจังหวะนรกอย่างเดิม หวังพึ่งอะไรมิได้เลย…ไอ้หอก
ส่วนของลิเวอร์พูล – โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ ฟอร์มตกอย่างแรง แถมไม่มีความเชื่อมั่น เวลาที่การส่งแผงหน้า 4 คนลงพร้อมกันทำให้แดนกึ่งกลางด้อยกว่าซะอย่างงั้น
มิหนำ เจ้าหนูเทรนต์ เอเอ ยังถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปอีกคน ถ้าหากหายไปแบบยาวๆเด็กหงส์อาจจะเครียดไม่ใช่น้อย อิอิอิ