08/05/2021
Breaking News

เปรียบเทียบเส้นทาง “เพนกวิน” กับ “ไผ่-สมขั้น” ฟ้าเหว !!

แปลงเป็นเรื่องที่กดดันตัวเองเพิ่มมากขึ้นจนถึงเกือบจะหาทางลง หาทางออกไม่เจอแล้ว สำหรับ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ที่ยังประกาศไม่กินอาหาร (ดื่มแต่ว่านม เกลือแร่ น้ำ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายพริษฐ์ ที่อ้างว่า กระทำไม่กินอาหารมานานเดือนกว่าแล้ว โดยกดดันกับศาลให้ได้รับการประกันตัว ภายหลังเป็นเชลยในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เกี่ยวกับ พระราชา แล้วก็สถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็ความผิดอื่นอีกหลายข้อกล่าวหา ต่างกรรมต่างวาระ

ที่จะต้องระบุว่า พวกเขา (พริษฐ์ แล้วก็ ปนัสยา) เริ่มกดดันตัวเองเพิ่มมากขึ้นจากกรรมวิธีต่อสู้เพื่อให้ได้รับการประกันตัว ภายหลังมีความอุตสาหะยื่นคำร้องขอประกันตัวอยู่บ่อยครั้ง ทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนหลักทรัพย์ เพิ่มผู้รับประกันที่คิดว่ามีความน่านับถือ หรือแม้แต่การอ้างเรื่องปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การศึกษาเล่าเรียน (การสอบ) แต่ว่าก็ยังไร้ผล

เนื่องจากศาลชูคำร้องทุกหนโดยให้เหตุผลแบบเดิม ก็คือ ยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ซึ่งความหมายก็คือ นอกจากความผิดที่ถูกฟ้องมีอัตราโทษสูงแล้ว ที่สำคัญก็คือ เชลยยังมีทีท่าเคลื่อนในลักษณะแบบเดิม บ่อยๆไม่หวาดกลัวกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความประพฤติปฏิบัติที่ถูกกล่าวหาในหัวข้อการ “จาบจ้วง” สถาบันพระมหากษัตริย์

ถึงแม้ที่ผ่านมา เชลยเหล่านี้มักจะอ้างว่า พวกเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินว่ามีความผิด แต่ว่ากฎหมายก็มีข้อยกเว้น แล้วก็เป็นดุลพินิจของศาล ถ้าเกิดผู้ต้องหาหรือเชลยยังมีทีท่าเคลื่อนปฏิบัติในสิ่งที่ถูกฟ้องในแบบเดิมบ่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวที่กระทบกับความรู้สึกของพสกนิกรเยอะมาก อาทิเช่น การกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่หยุดหย่อน

ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับเชลยบางคนที่เคยเคลื่อนในแบบเดียวกันมาก่อน แล้วก็ถูกฟ้องเป็นเชลยในคดีแบบเดียวกัน ข้อกล่าวหาเดียวกัน อาทิเช่น นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ “หมอลำแบงค์” ที่ได้รับการประกันตัวเป็นคนแรก โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่เคลื่อนกล่าวถึงสถาบันฯให้เกิดความเสื่อมโทรม ไม่เคลื่อนร่วมประชุมในลักษณะแบบเดิมอีก รวมไปถึงรับรองว่าถ้าเกิดได้รับการประกันตัวออกไปจะประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงตัวเอง อะไรประมาณนี้
หรือแม้แต่กรณีของ นายจเหม็นตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” แล้วก็ นายสมตำแหน่ง ต้นไม้เกษมสุข ที่เพิ่งจะได้รับการประกันตัวไปพร้อมกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ยื่นข้อแม้ต่อศาลในลักษณะคล้ายกัน ก็ได้ออกมาอยู่ด้านนอกเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่ำก็ได้มีเวลา “สุดสูดดมอิสรภาพ” แล้วก็มีอิสระสำหรับเพื่อการต่อสู้คดี สามารถปรึกษาทนายความ แล้วก็คนภายในครอบครัวสำหรับในการต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มเปี่ยม ส่วนผลจะออกมาแบบไหนค่อยมาว่ากัน

ตอนที่หันมาพินิจกรรมวิธีต่อสู้ของ ทั้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แล้วก็ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่ยังรับรองกระบวนการแบบเดิม โน่นคือ ยังรับรองแนวทางเดิมตามความเชื่อถือของตนว่า วิธีแบบนี้จะได้ผล โน่นคือ อ้างถึงแนวทางความบริสุทธิ์ตราบใดที่ยังไม่มีคำตัดสินความผิดออกมา รวมไปถึงใช้แนวทางเคลื่อนของมวลชนจากภายนอกร่วมกดดันศาล ผสานกับการเคลื่อนไหวไม่กินอาหาร (แต่ว่า ดื่มนม โอวัลติน ไมโล น้ำ เกลือแร่) หรือแม้แต่การมีทีท่าการเคลื่อนไหวในแบบ “ล้ำเส้น” โน่นคือ การ “ไม่รับกระบวนการยุติธรรม” การฝ่าฝืนอำนาจศาล เป็นต้น

แน่นอนว่า กรรมวิธีต่อสู้คดีในแบบดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ถือได้ว่าสิทธิ์ของผู้ต้องหาหรือเชลย ถ้าเกิดมีความเห็นว่าตัวเองได้ประโยชน์ หรือมีความเห็นว่าถูกต้อง แต่ว่าขณะเดียวกัน เมื่ออ้างว่าตัวเองต่อสู้เพื่อสาธารณะ ก็จะต้องยอมรับได้กับเสียงวิจารณ์จากภายนอกถึงกรรมวิธีเคลื่อนของตน ว่าบุคคลอื่นเขามีความเห็นเช่นไรด้วย

ปัจจุบัน “นางดวงอาทิตย์รัตน์ ชิวารักษ์” คุณแม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” ได้เดินทางมายื่นประกันตัวลูกชายอีกรอบ โดยอ้างว่า ช่วงนี้ลูกชายมีลักษณะอาการอ่อนเพลียมากมาย ผิวหนังมีลักษณะแห้ง มีลักษณะอาการวูบตลอดเวลา แล้วก็ที่สำคัญคือ พบว่าถ่ายออกมาเป็นชิ้นเนื้อ จากลักษณะอาการที่เกิดขึ้น ก็เลยจะต้องมายื่นขอรับรองให้เร็วที่สุด แต่ว่าทนายความบอกว่า มีโอกาสที่จะมิได้รับการประกันตัว ซึ่งตัวเองก็ยังรับรองว่าจะขอเดินหน้ารับรองให้เต็มที่
นางดวงอาทิตย์รัตน์ กล่าวว่า ถ้าเกิดวันนี้ผลออกมาว่า “เพนกวิน” มิได้ประกันตัว คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นพอๆกับเจตนาให้เพนกวินเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกชายไม่สมควรจะได้รับ ถึงแม้ในเวลาต่อมาทางกรมราชทัณฑ์จะแถลงรับรองว่า อาการของ นายพริษฐ์ แค่อ่อนเพลีย ไมได้มีลักษณะอาการรุนแรงอะไร

แม้ว่าจะมีกล่าวว่า มีความอุตสาหะยื่นรับรองกับเชลยรายอื่นๆด้วย อาทิเช่น นายอานนท์ นำภา น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายภาณุวงศ์วาน จาดนอก เป็นต้น แต่ว่าที่จะต้องจุดโฟกัสไปที่ นายพริษฐ์ แล้วก็ น.ส.ปนัสยา เหตุเพราะสองคนนี้เลือกใช้แนวทางไม่กินอาหารเพื่อประท้วง หรือกดดันศาลให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วครั้งชั่วคราว

อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้ทุกๆอย่างขึ้นกับดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวออกไปหรือไม่ ซึ่งจึงควรพินิจตามเหตุผลที่มีการอธิบายออกมาข้างหลังการสั่งคดีทุกหน แต่ว่าสำหรับหลายท่านคิดว่ากระบวนการที่ทั้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แล้วก็ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ปฏิบัติการอยู่โน่นไม่น่าจะประสบความสำเร็จ
ตรงกันข้าม จะยิ่งกดดันรัดคอตัวเองเพิ่มมากขึ้นประกอบกับกระแสจากภายนอก “เบาๆ” จนถึงไม่มีแรงกระตุ้นใดๆก็ตามเลย มันก็ยิ่งดำตรงลงเหว !!