29/06/2022
Breaking News

เฉือน 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ ปราบ หงส์แดง ฉลุยเอฟเอคัพ

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมัน เข้ารอบ 5 เอฟเอคัพได้สำเร็จ และก็นี่คือ 4 หัวข้อสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมแลกเปลี่ยนกันเดือด ใครพลาดโดน

แมนยูฯ ออกสตาร์ตเกมนี้ได้ออกจะดีเลยทีเดียว ได้ลุ้นก่อนถึง 2 จังหวะจากการยิงของ เมสัน กรีนวูด คราวแรกยิงไปติดเซฟ อลิสสัน ครั้งลำดับที่สองหลุดเสาแรก จริงๆจังหวะแรกหากจ่ายให้ ฟาน เดอ เบค ที่วิ่งเติมขึ้นมาก็บางครั้งอาจจะได้ประตูไปแล้ว หลังจากนั้นนาทีที่ 18 เปลี่ยนเป็น ลิเวอร์พูล ที่ออกนำก่อน 1-0 แบบง่ายๆเลย เมื่อ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ส่งบอลทะลุไปให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าจุดโทษก่อนชิพบอลผ่านตัว ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไป ถ้าว่านาทีที่ 26 แมนยูฯ ตีเสมอ 1-1 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงตุงตาข่าย หลังจากนั้นแมนยูฯ ครอบครองเกมไว้ได้หมดก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ต่อกันที่ช่วงหลัง เริ่มมาเพียงแค่ 3 นาที แมนยูฯ ขึ้นนำ 2-1 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ส่งบอลขึ้นมาทางซ้าย รีส วิลเลียมส์ กองหลังดาวรุ่งหงส์แดงสกัดบอลวืด เลยมาถึง แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย เกมเปิดแลกเปลี่ยนกันเดือด นาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ตัดบอลได้ในแดนของยูไนเต็ดก่อนจ่ายแม้กระทั่ง เฟอร์มิโน ผ่านบอลเข้ากึ่งกลาง มิลเนอร์ ผ่านหลอกให้ ซาลาห์ ยิงเข้าไป พอตีเสมอได้สำเร็จ ลิเวอร์พูล ฝ่าใส่อย่างมากเพื่อหวังเอาประตูเพิ่ม แต่การยิงของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ กับ ซาลาห์ โดน ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไว้ได้ทั้งผอง กระทั่งนาทีที่ 77 แมนยูฯ มาได้ฟรีคิกหน้าจุดโทษ และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ปั่นเข้าไปตุงตาข่าย พาผีแดงคว้าชัย 3-2 ไปท้ายที่สุด ตีตั๋วเข้ารอบ 16 กลุ่มได้สำเร็จ ไปเจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

liver

2.ฟาน เดอ เบค-แม็คโทมิเนย์ ทำเป็นไม่ดีพอ

เกมนี้ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ดูไปดูมาเหมือนจะดีเนื่องจากว่ามีจังหวะเล่นบอลจังหวะเดียวแบบสวยๆให้เห็น จนถึงช่วยให้กลุ่มมีลุ้นทำประตู แต่พอเล่นไปเรื่อยๆดันค่อยๆหายไปจากเกมและก็บทบาทออกจะน้อย และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ลงมาแทนที่เขาและก็เป็นคนซัดฟรีคิกเป็นประตูชัยให้ผีแดงในเกมนี้ บางที ฟาน เดอ เบค อาจจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับในการปรับพฤติกรรมให้กับระบบการเล่นของกลุ่มอีกสักระยะ แต่ โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชารื ทำถูกแล้วที่ให้โอกาาสเขาได้ลงสัมผัสเกมสำคัญๆแบบนี้ เพื่อที่จะทำให้ตัวนักเตะมีความแน่ใจที่จะต้อสู่สำหรับในการชิงตำแหน่งในกลุ่มต่อไป ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนยื วันนี้ดูเฉือยแปลกๆเข้าบอลช้าหนึ่งจังหวะตลอด ยิงจังหวะเสียประตูแรกเขาปล่อยให้ เฟอร์มิโน ได้ส่งบอลให้ ซาลาห์ หลุดไปยิงง่ายๆไม่เพียรพยายามจะเข้าไปบีบแย่งบอลแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี น้องแม็ค ก็ยังเป็นนักเตะคนสำคัญของกลุ่มเนื่องจากว่าฤดูกาลนี้มันมีนัดที่เขาเล่นดีมากยิ่งกว่าเล่นห่วยแตกนั่นเอง

3.ชอว์, แรชฟอร์ด, กรีนวูด, บรูโน สุดปัง

นัดนี้หากไม่นับจังหวะปล่อยให้ ซาลาห์ วิ่งแซงไปยิงขึ้นนำ 1-0 ถือว่า ลุค ชอว์ โดดเด่นมากๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด เติมเกมรุกได้อย่างดุเดือดจนได้ขึ้นมาเปิดบอลหลายที เล่นแบบนี้น่าจะทำให้ อเล็กซ์ เตลเลส ยากมากที่จะเบียดขึ้นมาแย่งตัวจริงได้ อย่างไรก็ดีนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นได้ว่า การที่ยูไนเต็ดดึง เตลเลส เข้ามา นั้นทำให้ ลุค ชอว์ ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาอย่างชัดเจน เนื่องจากว่ามีคนรอลุ้นเบียดชิงตำแหน่งนั่นเอง ส่วน แรชฟอร์ด บางวันดีบางวันห่วยแตก แต่นัดนี้บอกเลยว่าโหดเหี้ยมสุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะเปิดบอลให้ กรีนวูด หลุดไปยิงตีเสมอนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆและก็จังหวะที่เจ้าตัวได้หลุดไปยิงขึ้นนำ 2-1 ก็จบสกอร์ได้อย่างไม่มีที่ติ ขณะที่ กรีนวูด แม้ว่าจะพลาด 2 นาทีทองในช่วงต้นเกม แต่ก็มาแก้ตัวยิงตีเสมอ 1-1 ให้กลุ่ม และก็ยังได้มา 1 แอสซิสต์จากการจ่ายให้ แรชฟอร์ด ยิง จำเป็นต้องยกนิ้วให้การประสานงานระหว่าง กรีนวูด และก็ แรชฟอร์ด ที่เข้าขากันสุดๆส่วน บรูโน ไม่ต้องพูดมาก ลงมาแล้วยกระดับกลุ่มได้โดยทันที ก่อนที่จะซัดฟรีคิกปลิดวิญญาณพาทีมคว้าชัยไปท้ายที่สุด

liver 2

4.แนวรับหงส์อาการหนัก-เกมรุกดียิ่งขึ้น

กล่าวได้ว่าโดนสวยมาแต่ละคราวรั่วกระจัดกระจาย สำหรับแนวรับของลิเวอร์พูลที่เกมนี้จัด 4 คน จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, รีส วิลเลียมส์ และก็ เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ เริ่มกันที่จังหวะเสียประตูตีเสมอ 1-1 โดนโต้กลับเร็ว ไม่มีใครเข้าไปบีบบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงง่ายๆกล่าวได้ว่าแผงหลังหลุดกันยกแผง ส่วนจังหวะโดนแซงนำ 2-1 รีส วิลเลียมส์ จำเป็นต้องรับผิดชอบไปผู้เดียวแบบเต็มๆเนื่องจากว่าสกัดลูกเปิดของ เมสัน กรีนวูด วืด จนถึงทำให้บอลหลุดไปถึง แรชฟอร์ด ควบพาบอลเข้าไปยิงตุงตาข่าย
ส่วนจังหวะเสียประตูที่ 3 ฟาบินโญ จำเป็นต้องรับผิดชอบเนื่องจากว่าดันไปทำฟาวล์ในระยะที่อันตราย จนถึงถูก บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดฟรีคิกเข้าไป ส่วนเกมรุกของหงส์แดง กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกทีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรแบร์โต เฟอร์มิโน กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำเป็นดีมากๆเฟอร์มิโน จัดไป 2 แอสซิสต์แบบสวยๆส่วน ซาลาห์ ก็เรียกความเฉียบคมกลับมาได้จาก 2 ประตูที่ทำเป็นในเกมนี้