20/01/2021
Breaking News

อัพเดท! ‘หมอชนะ’ เข้าถึง ‘ข้อมูลส่วนบุคคล’ อะไรบ้าง?

55

อัพเดทล่าสุด! แอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” เวอร์ชั่นปัจจุบัน (4 ม.ค. 64) ขออนุญาตเข้าถึง “ข้อมูลส่วนบุคคล” อะไรบ้าง หลังเกิดกระแสกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และมีการแชร์ข้อมูลเก่าเมื่อปีที่แล้ว

ภายหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรท้องนา 2019 (ศบค.) ได้ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” เพื่อความสบายสำหรับในการติดตามข้อมูลการเดินทางของประชาชนในเรื่องที่ติดเชื้อโรค และหากคนไข้ที่มีสมาร์ทโฟนรองรับ แม้กระนั้นมิได้ดาวน์โหลดแอพหมอชนะและปกปิดข้อมูลจะจัดว่ามีความผิด ทำให้คนไทยจำนวนหลายชิ้นกลับมาให้ความสนใจแอพ หมอชนะ กันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม กระแสตื่นตัวนี้มากับความตื่นตระหนก เพราะเหตุว่าคนจำนวนไม่น้อยเกรงว่า แอพพลิเคชั่นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอาจเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคคลมากเกินไปหรือไม่

นอกเหนือจากนั้น ในโลกออนไลน์ยังมีการแชร์อินโฟกราฟฟิกจากรายงานที่กรุงเทพธุรกิจเผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ชื่อ รู้ยัง ‘หมอชนะ/MorChana’ ชนะเลิศ! เรื่องเข้าถึง ‘ข้อมูลเฉพาะบุคคล’ ซึ่งอ้างอิงจากผลการวิเคาะห์ชื่อ “Privacy Sweep” เกี่ยวกับ “แอพพลิเคชั่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดตามราษฎร” ใน 6 ประเทศอาเซียนรวมถึงไทย เมื่อเดือน พฤษภาคม 2563 ที่ทำโดย ดาต้า โปรเทคชัน เอ็กเซลเลนซ์ (Data Protection Excellence) หรือ DPEX โครงข่ายด้านการคุ้มครองข้อมูลเฉพาะบุคคลซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์

เวลานี้ ผลของการวิจัยดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นซึ่งอิงจากการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลของแอพหมอชนะ เวอร์ชั่น 1.4 (19 เม.ย. 2563) พบว่า หมอชนะเป็นแอพพลิเคชั่นติดตามราษฎรที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคคลเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับแอพของเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ

นอกเหนือจากนั้นยังพบว่า หมอชนะขออนุญาตเข้าถึงส่วนต่างๆในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใช้ ตั้งแต่ กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพ, ประวัติการใช้งานอุปกรณ์และแอพ, ตำแหน่งผู้ใช้, ไมโครโฟน, คลังเก็บของรูปภาพ/คลิป/ไฟล์อื่นๆ, พื้นที่เก็บข้อมูล และข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi
อย่างไรก็ตาม หมอชนะ เวอร์ชั่น 2.0.1 (4 ม.ค. 2564) มีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อการขออนุญาตเข้าถึงและการจัดเก็บข้อมูลแล้ว กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนไปอัพเดทข้อมูลกันอีกครั้งว่า เวอร์ชั่นตอนนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
จากการตรวจตรา “สิทธิ์ของแอพ” สำหรับในการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลของหมอชนะ เวอร์ชั่น 2.0.1 ที่ระบุบนหน้าดาวน์โหลดแอพบน Google Play Store พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก โดยหัวข้อเดียวที่หายไปจากเวอร์ชั่นเมื่อปีที่แล้วเป็น Record audio หรือการขออนุญาตเข้าถึงไมค์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว

ท่อนหัวข้ออื่นๆที่แอพหมอชนะเคยขออนุญาตเข้าถึงในเวอร์ชั่นเก่าเมื่อปีที่แล้วก็ยังคงมีอยู่ เป็นต้นว่า กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพ, ประวัติการใช้งานอุปกรณ์และแอพ (เวอร์ชั่นนี้ใช้คำว่า เรียกแอพพลิเคชั่นสถานที่สำหรับทำงานอยู่), ตำแหน่งผู้ใช้, คลังเก็บของรูปภาพ/คลิป/ไฟล์อื่นๆ, พื้นที่เก็บข้อมูล และข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย (เวอร์ชั่นนี้ใช้คำว่า ดูการเชื่อมต่อโครงข่าย)
ในตอนที่เพจเฟซบุ๊ค หมอชนะ โพสต์ชี้แจงตอนวันที่ 7 ม.ค. ว่า แอพหมอชนะเวอร์ชั่นตอนนี้ ขออนุญาตเข้าถึงส่วนต่างๆของสมาร์ทโฟน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

56

57

1. กล้องถ่ายภาพ (Camera)
เพื่อใช้เพื่อการถ่ายรูปของผู้ใช้งาน เพื่อการันตีว่าแอพนั้นเป็นของผู้ใช้งานจริง และใช้เพื่อการสแกน QR Code ของ ไทยชนะ เพื่อกระทำการเช็คอินสถานที่

2. ตำแหน่งผู้ใช้ (Location)
เพื่อติดตามเส้นทางของผู้ใช้แอพ ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ให้กรมควบคุมโรคใช้ประกอบสำหรับในการสอบสวนโรค และใช้เพื่อการค้นหาว่า ผู้ใช้แอพอยู่ในสถานที่เสี่ยงในช่วงวันและเวลา ร่วมกับผู้ติดเชื้อโรคหรือไม่ เพื่อกรมควบคุมโรคจะได้ส่งข้อความแจ้งเตือน

3. คลังเก็บของรูปภาพ (Picture)
แอพจะเก็บภาพถ่ายของผู้ใช้งานไว้ที่เครื่องของผู้ใช้งานเอง และจะไม่มีการเก็บภาพถ่ายไว้ที่ Server ส่วนกลางของระบบแต่อย่างใด

4. พื้นที่เก็บข้อมูล (Store)
ในเรื่องที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแอพพลิเคชั่นจะเก็บข้อมูลเส้นทางการเดินทางไว้ภายในโทรศัพท์เคลื่อนที่ก่อน เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว แอพจะส่งข้อมูลไปจัดเก็บที่ระบบส่วนกลาง
ดังนี้ ไม่มีการเก็บข้อมูลเฉพาะบุคคล เป็นต้นว่า ชื่อ ชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ และอื่นๆในแอพพลิเคชั่นและระบบส่วนกลาง ในทุกกรณี
ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัว แอพหมอชนะไม่ขอข้อมูลเฉพาะบุคคลใดๆไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือเลขบัตรประชาชน การลงทะเบียนเป็นแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) และมีการจัดตั้งผู้ตัดสินอิสระเพื่อตรวจตราขั้นตอนจัดการข้อมูล ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ปกป้องข้อมูลเฉพาะบุคคล พ.ศ. 2562

58

ข้อตกลงการจัดเก็บข้อมูลของหมอชนะเป็น เมื่อผ่านวิกฤติการณ์โควิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งปวงจะถูกทำลายทิ้งในทันทีอีกทั้งการรหัสแอพยังมีลักษณะเป็น โอเพ่นซอร์ส (Open Source) เพื่อโปร่งใส ตรวจตราได้ และง่ายต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่นๆเพื่อขยายผลต่อไปอีกด้วย

สำหรับแอพ หมอชนะ เกิดขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐนำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (หน่วยงานมหาชน) หรือ สพร. และกระทรวงสาธารณสุข กับภาคเอกชน นำโดยกรุ๊ปผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ในชื่อ “Code for Public” และกรุ๊ปผู้ที่มีความชำนาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์