28/06/2022
Breaking News

อนุทิน แจงหน่วยงานองค์กรรัฐ-เอกชน ขอสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิดเป็นกลุ่มได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจงหน่วยงานรัฐ-เอกชนรวมตัวขอรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ หรือจัดสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์

แล้วขอรับวัคซีนไปฉีดเอง ช่วยเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนอย่างรวดเร็ว แจงผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเรือนจำแล้วก็ไซต์ก่อสร้างที่เขตหลักสี่ ใช้ Bubble and Seal ควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่สู่ข้างนอก จัดว่าควบคุมได้ ยังไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ
วันนี้ (17 พฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายบันทึกประจำวัน ชาญวีรกูล รองนายกฯแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้ไปพบปรึกษาขอคำแนะนำกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกฯ เพื่อรายงานการจัดการจัดแจงการฉีดยาวัววิด 19 ทั้งยังจำนวนวัคซีนที่มีแล้วก็การกระจายการฉีดยาใน 3 หนทางหมายถึงผ่านระบบหมอพร้อม ผ่าน อสม. แล้วก็การที่หน่วยงานหน่วยงานภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนรวมถึงสมาชิกในครอบครัวรวมกลุ่มกันทำหนังสือมายัละโมบรมควบคุมโรคเพื่อขอรับวัคซีน ทั้งยังขอรับการฉีดที่สถานบริการแล้วก็การจัดสถานที่แล้วก็พนักงานฉีดยาเอง รูปแบบนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขอย่างยิ่ง เช่น กระทรวงคมนาคมใช้สถานีกึ่งกลางบางซื่อฉีดพนักงานขนส่งสาธารณะ หรือกองทัพที่มีพื้นที่แล้วก็หน่วยพยาบาลดำเนินการฉีดเองได้ หรือกรณีสำนักงานประกันสังคมที่บอกว่าจะฉีดให้ผู้เอาประกันตน เป็นต้น เมื่อฉีดแล้วจะตัดบัญชีจากจังหวัดต้นทาง
สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อวัววิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างยิ่งนั้น คลัสเตอร์หลักมาจากเรือนจำซึ่งเป็นพื้นที่ปิดแล้วก็ไซต์ก่อสร้างเขตหลักสี่ที่สั่งปิดแล้วได้ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ทั้งผองใช้มาตรการ Bubble and Seal ไม่ให้มีการกระจายเชื้อสู่ข้างนอก คัดชนิดคนป่วยเป็นกลุ่มเขียวเหลืองแดง โดยจะนำเฉพาะผู้ติดเชื้อมีลักษณะที่จำเป็นต้องถึงมือแพทย์จริงๆออกมา โดยมากผู้ติดเชื้อยังเป็นกลุ่มสีเขียว เมื่อครบ 14 วันก็จะหายดี เช่น เรือนจำติดเชื้อ 9 พันกว่าคน เป็นกลุ่มสีเขียวราวๆร้อยละ 70 เมื่อครบ 14 วันจะมีราวๆ 5 พันกว่าคนที่แปลงเป็นจำนวนพยาบาลหาย ทั้งนี้ ได้ให้การเกื้อหนุนยารักษาโรคแล้วก็การฉีดยา เหตุการณ์จัดว่ายังควบคุมได้ ไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ ส่วนที่มีการบรรเทาการกินอาหารในร้าน ขอให้ทุกคนยังคงวิธีการป้องกันควบคุมโรค ทั้งยังเว้นระยะห่างสวมหน้ากาก ล้างมือ หรือดำเนินงานที่บ้าน
“หลังการผ่อนคลายมาตรการจะมีการประเมินเหตุการณ์ ถ้าหากมีความสำคัญก็สามารถเข้มมาตรการขึ้นมาได้ ซึ่งการผ่อนคลายแล้วก็กลับมาเข้ม ไม่ได้มีความหมายว่าบริหารล้มเหลว หลายประเทศมีการบรรเทาแล้วก็กลับมาเข้มเหมือนกัน แม้กระนั้นเหตุการณ์ในเวลานี้ยังไม่ต้องเพิ่มมาตรการ แต่ถ้าหากควรต้องเพิ่มมาตรการหรือล็อกดาวน์ ทาง ศบค.จะมีการตรึกตรอง แต่เหตุการณ์ในตอนนี้ยังไม่ถึงกับขนาดนั้น” นายบันทึกประจำวันกล่าว