07/05/2021
Breaking News

สกอร์ไม่สมดุลกับรูปเกม ! เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ โคตรโหดไล่บี้ สเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์รายการแรกของซีซั่น 2020/2021 ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากเฉือนชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์ ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ชาวกระทิงดุ นำผู้ร่วมทีมโชว์ฟอร์มได้เด็ดดวง ถ้าเป็นมวยก็จำต้องพูดว่าชนะทั้งคะแนน แล้วก็ชนะน็อก เพราะว่าพวกเขาจัดการข่ม “ไก่เดือยทองคำ” มิดด้ามตั้งแต่นาทีแรกไปจวบจนกระทั่งจบเกม
การบรรลุเป้าหมายในครั้งนี้บางทีก็อาจจะเป็นการต่อยอดสำหรับเพื่อการชิงโทรฟี่ 2 รายการสำคัญนั่นก็คือ พรีเมียร์ลีก แล้วก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฉะนั้นถ้าดูถึงความฮึกเหิมของลำแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ในเวลานี้บอกได้เลยว่าพวกเขาอาจไม่ได้อยากต้องการพัก แล้วก็อยากจะลงแข่งขันเร็วๆเพราะว่าหัวใจมันเรียกร้องที่จะเอาอีก 2 แชมป์ที่เหลือมาประตูตู้โชว์ที่เอตำหนิฮัด สเตเดี้้ยม
1. สัญญาณแห่งความสุขของแฟนบอล

การได้เห็นแฟนบอลเดินเข้าไปในสนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณดีอีกระดับหนึ่งสำหรับคอลูกหนังที่กำลังจะได้เห็นบรรยากาศเดิมๆในการเชียร์ฟุตบอล เพราะว่าในแมตช์นี้มีผู้ชมได้รับอนุญาตให้เข้าไปสัมผัสเกมแบบใหม่ๆปริมาณ 8,000 ราย

แมตช์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นเกมลำดับที่สองที่ มีคอลูกหนังได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมเกมในสนามโดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นแมตช์ที่ เลสเตอร์ สิตี้ ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
สำหรับเกมที่ “หมาจิ้งจอกประเทศไทย” ทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ มีแฟนบอลเข้าชมปริมาณ 4,000 คน แต่ว่าในเกมนี้มีแฟนบอลมากถึ 8,000 ราย หรือแทบ 10 เปอร์เซนต์ของปริมาตรของสนามทั้งหมดทั้งปวง โดยนี่ถือเป็นปริมาณผู้ชมที่สูงที่สุดตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษที่อนุญาตให้เข้าชมเกมสำหรับกีฬากลางแจ้ง นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรันมรณะตอนต้นมี.ค. 2020
แมตช์นี้แฟนบอล สเปอร์ส กับ “เรือใบสีฟ้า” ได้ตั๋วไปฝั่งละ 2,000 ใบ ส่วนอีก 4,000 ใบ จะแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) แล้วก็ผู้คนในย่านเขตแดน โดยงานนี้แฟนบอลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสนาม ที่สำคัญผู้ที่จะได้เข้าไปควรมีการตรวจหาเชื้อวัววิด-19 ในตอน 1 วันก่อนเกมนัดหมายชิงด้วย แล้วก็ควรมีหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนต่อต้านเชื้อมรณะด้วย
ภายหลังจากเกมนัดหมายชิงถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดีแล้ว และไม่ทำให้เกิดผลเสียประเด็นการแพร่ระบาดของเชื้อ งานนี้มีความเป็นไปได้ว่าเกมนัดหมายชิง เอฟเอ คัพ ระหว่าง เลสเตอร์ กับ เชลซี ที่สนามเวมบลีย์ วันที่ 15 เดือนพฤษภาคมนี้ บางทีก็อาจจะได้เห็นแฟนบอลเข้าชมเกมถึง 21,000 คนก็ได้

2. เป๊ป ยอดคนสมองเพชร
การบรรลุเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จำต้องยอมรับว่าส่วนใดส่วนหนึ่งมาจากความยอดเยี่ยมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพราะว่านับตั้งแต่ที่เขาเข้ามากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” ผลงานของชมรมนับว่ายอดเยี่ยม แล้วก็ยกระดับแปลงเป็นทีมแกร่งที่ทั่วทั้งโลกจำต้องพอคร้าม
กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่แค่นำ แมนฯ ซิตี้ แปลงเป็นทีมจอมบุก ครองเกมเหนือคู่ปรปักษ์ เท่านั้น แต่ว่ายังมีการปรับแท็กติกให้เข้ากับแต่ละแมตช์ ซึ่งสิ่งพวกนี้สามารถดูได้จากสถิติข้างหลังเกม เพราะว่าพวกเขาจะครองบอลได้เหนือกว่า สร้างช่องทางได้มากกว่า
สำหรับเพื่อการครอบครองแชมป์คาราบาว คัพ ในฤดูกาลนี้ยังส่งให้ “เป๊ป” แปลงเป็นตำนานบทใหม่ของรายการนี้ เมื่อเขาเป็นที่ปรึกษาคนแรกที่ครอบครองแชมป์ถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดี 4 สมัยซ้อน แซงหน้า บ็อบ เพสลี่ย์ ตำนานผู้จัดการทีมหงส์แดง ที่เคยทำเป็น 3 สมัยซ้อนในตอนระหว่างปี 1981-1984
นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นนายใหญ่ชาวสแปนิชที่สามารถชูโทรฟี่ใบนี้ 4 ครั้งเท่ากันกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วก็ ไบรอัน คลัฟ แล้วก็ยังนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์สมัยที่ 8 เท่ากับ หงส์แดง ด้วย
ถ้านับรวมโทรฟี่นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาคุม บาร์เซโลน่า ไปพบความท้ากับ บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็บุกมาสร้างตำนานบนถิ่นอังกฤษร่วมกับ แมนฯ ซิตี้ ในเวลานี้ เป๊ป สะสมการบรรลุเป้าหมายไปแล้ว 30 รายการในวัยเพียงแค่ 50 ปีเท่านั้น !!

3. เหมาะได้แชมป์ด้วยประการทั้งปวง
ก่อนเกมนัดหมายชิง คาราบาว คัพ หลายคนฟันธงแบบไม่ต้องคิดมากว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่า สเปอร์ส ทุกกระบวนท่าไล่ตั้งแต่ซุ้มม้านั่งสำรอง, ผู้เล่นตัวจริง ไปจนถึงกึ๋นของผู้จัดการทีม แต่ว่าก็อาจจะมีบางบุคคลที่รู้สึกว่า “ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้”…..แต่ว่าพอดีมันดันไม่เกิดขึ้น !!
ผลงานในตอน 45 นาทีแรกทุกๆคนอาจแจ่มแจ้งแก่สายตา แมนฯ ซิตี้ สร้างช่องทางได้มากมายก่ายกอง โดยยิ่งไปกว่านั้นจาก ราฮีม สเตอร์ลิง แล้วก็ ฟิล โฟเด้น ตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยังปฏิบัติภารกิจเป็นผู้เล่นคนสำคัญขั้นเทพในการผ่านบอลงามๆให้สหายร่วมทีมหลายต่อหลายคราว
ตลอด 80 กว่านาครั้งถ้าใครเป็นแฟน แมนฯ ซิตี้ อาจรู้สึกเสียวท้องน้อยเพราะว่าพวกเขาสร้างช่องทางทำคะแนนได้มากมาย แต่ว่าทำพลาดเองบ้าง โดนกองหลังสเปอร์สบล็อกได้บ้าง หรือ อูหรูหรา โยริส ดันโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบด้วย นั่นทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า “หรือนางงามแห่งโชคจะอยู่ฝั่งสเปอร์ส”
กระนั้นอีกสองนาทีต่อมา อายเมริค ลาปอร์กต์ สวมบทฮีโร่กระแทกประตูชัยได้เสร็จ จำต้องพูดว่าถ้า จอห์น สโตนส์ ไม่โดนใบแดงในเกมลีกเชือด แอสตัน วิลล่า ทำให้ถูกแบนในเกมนี้ ชื่อของจอมบุกชาวประเทศฝรั่งเศส บางทีก็อาจจะไม่ได้อยู่บนสกอร์กระดานก็ได้
หากแม้สกอร์บางทีก็อาจจะดูสูสีเหลือเกินแต่ว่าถ้าดูจากภาพรวมตลอดทั้งเกมจำต้องพูดว่า แมนฯ ซิตี้ เหมาะอย่างมากที่จะครอบครองแชมป์ เพราะว่าพวกเขาเหนือกว่าทั้งรูปเกม แล้วก็สกอร์

4. อนาคนของ เคน
หนึ่งในปัญหาที่อยู่ในหัวของทุกๆคนข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาที่สนามเวมบลีย์ ก็คือ แฮร์รี่ เคน จะยังคงเลือกอยู่กับ สเปอร์ส ถัดไปหรือบางทีก็อาจจะตกลงใจโบกมือลาเพื่อออกไปไขว่คว้าหาความเสร็จมาเสริมแต่งตู้โชว์ที่บ้านตัวเอง
เคน ถือเป็นลูกหม้อชั้นยอดของชมรม แล้วก็มี{ความจงรักภักดี|ความ
แน่ๆว่ารางวัลส่วนตัว เคน อยากได้อยู่แล้ว แต่ว่าในฐานะนักเตะที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเลิศแผงหน้า เขาย่อมอยากทรงเกียรติประวัติกับชมรมมากยิ่งกว่านี้ ไม่เชื่อลองดูไปดู ไคล์ วอล์คเกอร์ อดีตกาลสหายร่วมขึ้นตรงต่อที่ไปเจริญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค รุ่นพี่ที่ก้าวไปเป็นตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การเป็นพระรองในแมตช์นี้ อาจส่งผลให้ เคน นอนก้นทางความคิด แล้วก็เลือกทางได้แล้วว่าจะเอายังไงข้างหลังจบฤดูกาลนี้ …..ใครที่เป็นแฟนบอลสเปอร์ส อาจจำต้องทำใจล่วงหน้าได้เลย
5. สมาธิกับ พรีเมียร์ลีก แล้วก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก
แมนฯ ซิตี้ ครอบครองแชมป์รายการแรกของฤดูนี้มาครองเป็นระเบียบแล้ว {ถือ