27/06/2022
Breaking News

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 เดือนพฤษภาคม 2564 ตลอดคืนก่อนหน้านี้ต่อเนื่องถึงวันนี้ ชาวโซเชียลคงจะเลื่อนฟีดแล้วพบมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ทีแรกผู้คนจำนวนมากอาจคิดว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกลุ่มของเพื่อนๆในเฟซบุ๊ก แม้กระนั้นเชื่อหรือไม่ว่าดราม่านี้เป็นความต่อเนื่องจากกระแส กลุ่มเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเหอะ” ซึ่งในเวลา 13.55 น. วันนี้ ปริมาณสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเหอะ” ทำให้มีผู้คนจำนวนมากออกมาเตือนผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่าละเลยหัวข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกาลกรรมการการลงคะแนนเสียง (กกต.) ที่คิดว่า ถ้าสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียง 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปยังประเทศต่างๆจริงๆนับว่าน่าห่วง เพราะเหตุว่าผู้ที่จะไปได้ควรเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจจริงที่เป็นประเทศนั้นยอมรับ
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พินิจพิจารณาว่า หนุ่มสาวรับไม่ได้และไม่เห็นวี่แววความเปลี่ยนแปลง ก็อาจจะอยากย้ายเพราะเหตุว่าประเทศส่วนมากไม่เป็นอย่างงี้ แม้กระนั้นถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ความรู้สึกนี้จะแปลงเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกลุ่ม มีความเท่าเทียมให้คนทุกคน
แม้กระนั้นความคิดเห็นที่ถูกเอ่ยถึงเยอะที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวความคิดทางการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกส่วนมากในกลุ่ม “ย้ายประเทศกันเหอะ” โน่นเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ศักดิ์วรพิชญ์ คุณครูประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา แทบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยยอมรับว่าทีแรกๆมีความคิดจะไม่กลับประเทศไทย จะอยู่สหรัฐฯ ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐฯ ได้ครู่หนึ่ง ก็เลยรู้ดีว่าตนเองเป็นแค่ “ชาวเมืองชั้นสอง” พบความไม่เท่าเทียมกันหรือการเกลียดรังเกียจ (prejudice) หลายประเภท เลยรู้ว่าอยู่ที่แหน่งใดก็ปราศจากความสุขเสมือนประเทศไทย
แม้กระนั้นเหตุที่ทำให้คุณครูคนที่ใครๆก็รู้จักไม่ต้องการที่จะอยู่เมืองนอกต่อ เป็นเหตุฝังใจในวันที่อากาศหนาวมาก…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมาก ผมจะเข้าบ้านตอนเช้า เลยถอดถุงมือเพื่อจับกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เหตุเพราะหนาวเย็นจัดมาก มือเปล่าๆเลยเกิดน้ำแข็งติดตามกับลูกบิดประตู ผมจะต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนเอามือออกมาจากลูกบิด…” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดหักเหนี้เองที่ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ เกิดปริศนาในใจว่า จะอยู่ทรมานเป็นชาวเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิดเพราะเหตุใด? วินาทีนั้นก็เลยตกลงใจว่าจะต้องกลับมารับใช้กองทัพบ้านเมือง
“ชาติบ้านเมืองของพวกเรา บางครั้งก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกคอ มีคนชั่ว มีนักการเมืองชั่วช้า มีประชาชนชั่วช้าและก็เห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งรังควานกัน แม้กระนั้นถ้าหากพวกเรายึดมั่นในการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อถือว่าแล้วคุณความดีจะคุ้มครองพวกเรา อยู่ที่แหน่งใด ทำเพื่อคนไหนกันแน่ก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินเกิด”
ก่อนจบท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนเกลียดชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเมืองอื่น ชาติอื่น แล้ววันใดวันหนึ่งคุณจะเข้าใจ สรุปว่า ขออวยพรให้พวกที่อยากไป ได้ไป ได้เจอกับความจริง ขอให้รีบๆไปเลยครับ ขออวยพรให้ลาภดี ได้เข้าใจชีวิตจริงๆไม่ได้เหนี่ยวรั้ง ไม่ได้ไล่ อวยพรให้ควรรีบไปให้เร็วสมปรารถนาประสงค์ควรทุกประการ
ในที่สุดเรื่องเล่าของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้แปลงเป็นไวรัลในโซเชียล เพียง 24 ชั่วโมงข้างหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงความรู้สึกกว่า 3.1 หมื่นครั้ง และก็แสดงความเห็นมากกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับผู้ที่เห็นด้วยต่างชื่นชมที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้กองทัพ ทั้งยังเป็นอย่างยิ่งใจให้ในการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง แม้กระนั้นฝั่งที่ไม่เห็นพ้องกระหน่ำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการเรียนสูง เพราะเหตุใดก็เลยไม่รู้จักว่าควรจะใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ขณะที่อีกผู้คนจำนวนมากล้อเลียนว่า ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุว่าลูกบิด อาจจะไม่กลับมารับใช้กองทัพ และก็ถัดมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ โพสต์ถึงหัวข้อนี้อีกที โดยแจกแจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขกุญแจไม่ได้ เพราะเหตุว่าอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู เป็นเรื่องปกติ คนเราเผลอลืมกันได้
นอกจากนี้ยังพูดถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะเบาะแว้งกับคนภายในครอบครัว พอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดและก็ประตูบ้านตนเองจนเหลวพังยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีวุฒิภาวะ มีแม้กระนั้นอารมณ์ ที่สำคัญทำลายบ้านเรือนและก็บ้านเมืองของตัวเอง
อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ไม่ได้บอกว่ากล่าวอ้างอิงถึงคนไหนกันแน่