26/06/2022
Breaking News

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ยกสถานะ ทำซื้อวัคซีนโควิดได้ แต่จะต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา-สธ.

“วิษณุ” แจง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ชูสถานะเสมอกัน กระทรวงทบวง กรม ทำให้ดีลซื้อวัคซีนวัววิด-19 เองได้ แต่ว่าจำเป็นต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา-สธ. กระทั่งถึง ใช้งบประมาณฯตนเอง อุดช่องว่างช่วงขาด ย้ำ เมื่อไทยผลิตเองจำเป็นต้องหยุด กระทั่งถึง รัฐบาลไม่ได้เอื้อ

วันที่ 27 พค. นายวิษณุ เครือสวย รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีราชธุระนุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เกี่ยวกับการให้บริการด้านการแพทย์และ การสาธารณสุข ในเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรท้องนา 2019 และ เหตุการณ์การรีบด่วนอื่นๆว่า ความชัดเจนได้เกิดขึ้นวันนี้ เมื่อ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกกฎระเบียบหรือเรียกว่า คำสั่งดวงตามมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อขยายความ โดยมีความชัดเจนขึ้น ดังต่อไปนี้

1.ซึ่ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีอำนาจตามกฎหมายของเขาที่จะออกประกาศแบบนี้ได้ เพื่อจะนำเข้า วัคซีน ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถ้าเกิดไม่ออกประกาศอย่างนี้มาจะไม่อาจจะนำเข้าได้ และการออกประกาศดังกล่าวข้างต้นเพื่อจะมีอำนาจนำเข้า แต่ว่าไม่ใช่ว่าสามารถนำเข้ามาโดยอิสระ เพราะเหตุว่าจำเป็นต้องทำตามข้อบังคับที่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น ขอ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงสาธารณสุข แต่ว่าถ้าเกิดไม่ออกประกาศมาก็จะไม่อาจจะขอยื่นอะไรได้เลย หรือ เรียกว่าตกคุณสมบัติ

2.ได้แก่การใช้อำนาจในช่วงวิกฤติเหตุการณ์ วัววิด-19 เพียงแค่นั้น และใช้ช่วงที่วัคซีนขาด โดยกฎระเบียบที่ นพ.นิธิ มหาความสนุก เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์นี้คลี่คลายอำนาจนี้ก็จะหมดไป หรือเมื่อผลิตวัคซีนขึ้นมาในประเทศได้อย่างพอเพียง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะหยุดการนำเข้าทั้งหมด

3.จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนดกฎหมายที่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นประกาศดังกล่าวข้างต้นเพื่ออุดช่องว่างเพียงแค่นั้น
ผู้สื่อข่าวถามคำถามว่า จะเป็นการหาซ้ำไปซ้ำมากับทางกระทรวงสาธารณสุข ที่กำลังดำเนินงานอยู่หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ซ้ำไปซ้ำมา เพราะเหตุว่าจำเป็นต้องไปขอจากกระทรวงสาธารณสุข อยู่ดี เพียงแค่เขาเป็นอีกหนทางหนึ่ง เหมือนกับเอกชน หรือใครต่อใครที่ไปติดต่อแล้วกลับมาขอ โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีศักยภาพที่จะไปติดต่อกับหน่วยงานต่างแดน เช่น สปุตนิก หรือแม้แต่ ไฟเซอร์ และโมเดอร์ท้องนา เหมือนกับเอกชนคนไม่ใช่น้อยที่มีศักยภาพ แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เอกชนไม่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ แต่ว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ จึงจำเป็นต้องออกประกาศมาว่า ตนเองมีคุณสมบัติ แล้วจะมีสถานะเสมอกันกับเอกชนทั้งหลาย โดยจำเป็นต้องผ่าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมทั้งยัง ยาฟาวิพิราเวียร์ วัคซีน และเวชภัณฑ์ ไม่ว่าตัวใดก็จำเป็นต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอยู่ดี โดยหลังจากนี้ จะมีสมรรถภาพไปติดต่อเองได้ และเมื่อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นดีเห็นชอบก็เอาเข้ามาได้ แต่ว่าทั้งหมดใช้งบประมาณของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เอง โดยไม่ได้มาของบประมาณของเมือง เพราะเหตุว่ามิเช่นนั้น กระทรวงสาธารณสุขก็จะไปทำเอง

 

เมื่อถามคำถามว่า โรงหมออื่นๆเช่น โรงหมอจุฬาลงแขนณ์ สภากาชาดไทย โรงหมอธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะดำเนินงานเหมือนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำเป็นต้องทำแบบนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ยา คนที่จะนำเวชภัณฑ์ เข้ามาได้ ถ้าเกิดเป็นราชการ คือ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยของเมือง ก็เข้าข่ายที่ตรงนี้อยู่แล้ว แต่ว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่เข้าข่าย เขาจึงจำเป็นต้องออกประกาศสถานะเขาขึ้นมา หากในกรณีถ้าเกิดเป็นโรงหมอเอกชน เช่น โรงหมอบํารุงราษฎร์ เขาก็มาแบบเอกชนเขาทำเป็นอยู่ วันนี้เอกชนหลายเจ้าก็ทำกันอยู่ แต่ประเด็นนี้ได้ตนชี้แจงให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการศบค. พร้อมกับนายสมุดบันทึก ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทราบดีแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามคำถามว่า รัฐบาลดำเนินงานเรื่องดังกล่าวข้างต้นอย่างเร็วเพราะเหตุว่า องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนายกที่ประชุมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงชื่อใช่หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า “ตามพระราชบัญญัติประธานที่ประชุมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงชื่อ ซึ่งพระองค์ท่านเป็นประธานที่ประชุมฯ ฉะนั้น คนอื่นเซ็นชื่อไม่ได้ และข้อบังคับก็เขียนไว้ว่า เมื่อเสร็จแล้วให้ลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศให้คนทั่วประเทศรับทราบว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยกฐานะขึ้น เพราะเหตุว่าถ้าเกิดไม่มีการออกประกาศ และหากไปยื่นขอจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็จะถูกตีกลับ เพราะเหตุว่าไม่มีคุณสมบัติ”