03/12/2020
Breaking News

ย้อนดูหนังไทยสุดฟิน และสุดฮา น้ำตาไหล แถมตื่นเต้นระทึกขวัญ

ท่านผู้ชมทั้งหลายแหล่ ที่เข้ามารับชม กันในวันนี้นั่นเอง และก็เหมือนปกติ ที่ผมจะนำ หนังดีๆมาฝาก ให้ได้รับชมกัน แล้วก็ถ้าเกิดท่าน เป็นคอหนัง ที่ถูกใจดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนัง ในแนวโรแมนติก แนวดราม่า แนวไซไฟ แนวบู๊แอคชั่น แล้วก็อื่นๆอีก มากนั่น ผมก็จะหา หนังมาให้แก่ท่าน ได้รับชมกัน โดยตลอดเลย ตอนแรกเลย ต้องขอบอก ก่อนเลยว่า ส่วนตัวผมเองนั่น

 

3. Before valentine

Before Valentine
“มันเป็นหนังรักของเมืองไทยเรื่องแรกที่เล่าราวทุกๆสิ่งทุกๆอย่างภายในวันเดียว แล้วก็ใช้เรื่องราวความรักของคนหลายๆคู่ ให้มาอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน โดยผู้กำกับฯ 3 คน คนถ่ายรูป 3 คน เป็นทีมงานเดียวกัน ดำเนินการคนละสไตล์”
เนื้อความด้านบนเป็นความมองเห็นของ พรชัย หงส์รัตนาภรณ์ หนึ่งในสามผู้กำกับฯ ใน “Before valentine ก่อนรัก…หมุนรอบตัวเรา” ซึ่งนอกเหนือจากที่จะชี้แจงให้เห็นภาพรวมของชิ้นงานแล้ว ยังพรีเซ็นท์ข้อดีว่าเป็น “เรื่องแรก” ที่มีลักษณะดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
เมื่อดูในเชิงแนวความคิด ผมมีความคิดว่าหนังเรื่องนี้มีแนวความคิดหลักดี โดยเฉพาะการจบลงช่วงท้ายที่ทำให้เห็นภาพรวมของความเชื่อมโยงระหว่างคู่ชีวิตแต่ละคู่ แล้วก็คงจะนับได้ว่าเป็นตอนจบที่ทำให้หลายๆคนกำเนิดอาการ “เซอร์ไพรส์” ได้ไม่มากก็น้อย
ในส่วนของการนำเสนอ ช่วงที่เล่าระหว่าง สุธีกับใกล้พ่อ มีวิธีการติดต่อที่น่าสนใจด้วยการใช้ภาพในความคิดเข้ามาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง แม้กระนั้น วิธีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นแทบเข้าขั้นมากเกินไป
แม้กระนั้นถ้าถามคำถามว่าช่วงใดหรือคู่ใดครึกครื้นที่สุด ผมมีความคิดว่าเป็นคู่ “พี่สาว” กับ “เฮีย” ส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวโยงอย่างชัดเจน แล้วก็อีกส่วนน่าจะเป็นเนื่องจากความรู้ความเข้าใจแล้วก็ลักษณะเฉพาะตัวของนักแสดง (ขณะนี้ ถ้าเผยแพร่ความมั่นหมายของผู้ชายวัยกลางคนให้ลึกกว่านี้จะดีมาก)
โดยรวมแล้ว เป็นงานที่แสดงถึงการมีแนวความคิดหลักเด่น แล้วก็เป็นงานรื่นเริงที่ดูแล้วเพลิดเพลินดี

 

 

2. Cool Gel Attacks

Cool Gel Attacks
บอกได้เลยว่า “กระดึ๊บ” เป็นภาพยนตร์ตลกของ GTH เรื่องแรกเลยที่ได้ดู เนื่องจากธรรมดาแล้ว จะได้ดูแม้กระนั้นหนังรัก ที่ประสมประสานทั้งยังความโรแมนติกแล้วก็คอมเมดี้เข้าด้วยกัน มีไดอะล็อกงามๆมีมุมมองให้ฉุกคิด แล้วก็ดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมออกมาได้ดิบได้ดี
นี่เป็น ครั้งแรกที่ได้เจอประสบการณ์ของหนัง GTH ที่มุ่งปฏิบัติภารกิจด้านอารมณ์ขันเป็นหลัก ประสมประสานกับความเป็นหนังอสูรกาย
เรื่องราวที่ จาตุรงค์ มกจ๊ก หรือ จตุรงค์ พลบูรณ์ จับมาเล่าในหนังเรื่องนี้ เพิ่มมาจากเรื่องราวข่าวสารดังแพร่ในไทยเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เมื่อคนไทยบางคนเจอสิ่งแปลกลักษณะหยุ่นๆแบบเจลวุ้นใส ตกมาจากฟ้าไร้ที่มา พากันมั่นใจว่าเป็นสิ่งแปลกแล้วก็เคารพบูชาขอลอตเตอรี่กันต่างๆนานา ก่อนจะถูกเปิดเผยต่อมา ว่ามันเป็นเพียงแค่เจลลดไข้… แค่นั้น
ฟรอยด์ – ณัฏฐวงศ์ ชาติวงศ์ รับบทดารานำชาย “สมหมาย” ปะทะแข่งขันกับ พีค – งามศยา เครือสุวรรณศิริ ที่รับบท “หมูแดง” ข้างแรกเป็นลูกชายของบ้านธุรกิจการค้าน้ำแข็งโคตรสะอาด กับอีกคน เป็นลูกสาวของบ้านธุรกิจการค้าซาลาเปา สองบ้านที่มีพ่อบ้านผู้ไม่ถูกชะตากัน แม้กระนั้นลูกชายลูกสาวรักกัน มีศัตรูผู้เดียวกัน ในวันที่ความไม่เป็นระเบียบยังดำเนินอยู่ จู่ๆเจลลดไข้ก็เปลี่ยนเป็นกระแส
ความเจลไม่ทันหาย ความเอเลี่ยนก็เข้ามาแทรก เจลลดไข้ที่ใบหน้าเสมือนอสูรกายนอกโลก แล้วก็อสูรกายนอกโลกที่ใบหน้าเสมือนเจลลดไข้ ทำให้สองบ้านที่ไม่ลงรอย กลับต้องมายุ่งเหยิงด้วยกัน เรื่องราวที่ดำเนินผ่านมุขฮาๆดารานำชายตัณหาจัด นางเอกปัญญาอ่อน เรื่องราวที่ยังซ่อนเร้นไม่สมควรบอกให้รู้อีกมากมาย
ในความรู้สึก หนังปฏิบัติภารกิจได้ดิบได้ดีในด้านของความเป็นภาพยนตร์ตลก แถมเรายังได้เห็นว่าพีคก็แสดงบทปัญญาอ่อนออกมาฮาใช้ได้ สำหรับคนที่เครียดๆแล้วก็ต้องการมาความเครียดน้อยลงในโรงหนัง จัดว่ากระดึ๊บปฏิบัติภารกิจนั้นให้ท่านได้ แม้กระนั้นถ้ามุ่งมาดให้มีแง่คิดลึกซึ้ง หนังมีบ้างแม้กระนั้นไม่เท่าไรนัก

ขณะที่ในส่วนของ CG เจ้าตัว “กระดึ๊บ” ที่ดูแลโดยทีมกันตนา จัดว่าทำออกมาได้ดิบได้ดีพอใช้ การประกอบภาพทำเป็นค่อนข้างโอเค อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบ้างบางช็อตที่ยังไม่เนียนเพียงพอ แม้กระนั้นในด้านของการให้แสงสว่างเงากับเจ้าตัวแปลกนี้ ก็จัดว่าน่าพอใจ

 

1. 13 Beloved

13 Beloved
ท่านผู้ชมทั้งหลายแหล่ ที่เข้ามารับชม กันในวันนี้นั่นเอง และก็เหมือนปกติ ที่ผมจะนำ หนังดีๆมาฝาก ให้ได้รับชมกัน แล้วก็ถ้าเกิดท่าน เป็นคอหนัง ที่ถูกใจดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนัง ในแนวโรแมนติก แนวดราม่า แนวไซไฟ แนวบู๊แอคชั่น แล้วก็อื่นๆอีก มากนั่น ผมก็จะหา หนังมาให้แก่ท่าน ได้รับชมกัน โดยตลอดเลย ตอนแรกเลย ต้องขอบอก ก่อนเลยว่า ส่วนตัวผมเองนั่น
เป็นคนที่ถูกใจ ดูหนังเป็น อย่างมากเลย ซึ่งในวันแล้ววันเล่า ก็จะหาหนังดู อย่างต่ำนั่น วันละเรื่อง แม้กระนั้นพอนานๆเข้า หนังใหม่ๆนั้น ก็ดูจนกระทั่งหมดแล้ว ก็เลยหาหนัง ที่เป็นหนังเก่าๆดู ก็เลยไปเจอ อยู่เรื่องหนึ่ง ที่เป็นหนังไทย แล้วก็เป็นแถวสยองขวัญ ซึ่งต้องขอบอก
ว่าผมเองนั้น เป็นคนที่ถูกใจ ดูหนังจำพวกนี้ อยู่แล้วนั่นเอง แล้วก็เป็นหนัง ที่เคยดูกัน ในอดีตสมัย แล้วก็ในวันนี้ จึงขอมาแนะนำ ให้แก่ท่านที่ บางครั้งก็อาจจะยัง กำเนิดไม่ทัน หรือบางครั้งก็อาจจะ ยังไม่เคยดู มาฝากให้แก่ท่าน ได้รับชมกัน แล้วก็หนังที่ผม จะนำมารีวิว ให้แก่ท่านได้รับชม
กันในวันนี้ ก็คือเรื่อง”13 เกมสยดสยอง” นั่นเองขอรับ ซึ่งถ้าเกิดท่าน เป็นคนในยุค 90 แล้วละก็ คงผ่านหู ผ่านตากันมา บ้างแล้วกับหนัง เรื่องนี้นั้นเอง ซึ่งเป็นหนัง ที่ทำออกมา ได้อย่างสมจริงสมจัง แล้วก็ในแต่ละฉากนั้น ก็ทำออกมาได้ อย่าน่าหวาดกลัว ซึ่งในยุคนั้น
จัดว่ายังไม่มี เทคโนโลยี ในการสร้างภาพยนตร์ มากสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นก็สามารถ ทำออกมาได้ อย่างยอดเยี่ยมเลย แล้วก็ตัวดาราหนัง ก็เล่นได้ สมหน้าที่ ได้ดิบได้ดีจริงๆอีกด้วย จึงทำให้ หนังเรื่องนี้ มีกระแสตอบรับ ที่ดีมากๆในสมัยนั้น แล้วก็ผมก็จะ นำข้อมูลของหนัง
เรื่องนี้มาฝาก ท่านคอหนังทั้งหลายแหล่ ได้รับรู้กัน หนังเรื่อง”13 เกมสยดสยอง” หรือที่มีชื่อ เป็นภาษาอังกฤษว่า “13 Beloved” ซึ่งหนังเรื่องนี้ เป็นหนังแนวระทึกขวัญ ซึ่งได้มีผู้กำกับ อย่าง ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ซึ่งท่านหลายๆคน คงรู้จัก กับเขากันเป็น
อย่างยอดเยี่ยมกับผลงาน ที่ได้สร้างภาพยนตร์ ออกมาให้แก่ท่าน ได้รับชมกันเรื่อยๆซึ่งหนังเรื่องนี้ ได้ถูกดัดแปลง มาจากเรื่อง”13th Quiz Show” ซึ่งเมื่อก่อนนั้น ได้ถูกทำมาเป็น ในหนังสือการ์ตูน มาก่อนนั้นเอง แล้วก็ก่อนที่ จะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกมานั่นได้
เคยทำหนังสั้น ออกมาก่อน อย่างเรื่อง11 (หรือ Earthcore)แล้วก็12 Begin แล้วก็เรื่อง14 Beyond แล้วก็ได้สร้างภาพยนตร์ เรื่องนี้ออกมาต่อกัน ซึ่งได้มีการ ฉายในประเทศ ในวันที่ 5 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2549 ซึ่งใช้งบประมาณ ในการสร้างภาพยนตร์ 13 ล้านบาท
แม้กระนั้นได้ผลกำไร จากคอหนัง ทั่วราชอาณาจักรไปถึง 119 ล้านบาท แล้วก็ดาราหนัง ของหนังเรื่องนี้ ก็จะมีกฤษดา สุหีบศพล หรือน้อยวงพูล ที่ไม่ว่าเขาแสดง เรื่องไหนก็แสดงได้ อย่างสมหน้าที่มาก แล้วก็รับบทเป็นภูเขาชิต ซึ่งหนังเรื่องนี้ ยังได้ออกฉาย ไปที่ประเทศต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสิงคโปร์ แล้วก็ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือน มิถุนายน พุทธศักราช 2550 แล้วก็ได้ฉายใน Puchon International Fantastic Film Festival ที่ประเทศเกาหลี ซึ่งพูดได้ว่า เป็นหนังที่โด่งดัง อีกหนึ่งเรื่อง ของหนังไทยอีกด้วย แล้วก็หนังเรื่องนี้
ก็ได้รับรางวัลต่างๆเป็นอันมาก เป็นต้นว่า รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 16 แล้วก็รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 28 รายปี พุทธศักราช 2549 แล้วก็ยังมีรางวัล ภาพยนตร์ไทย สัมพันธ์วิภาควิจารณ์รื่นเริง ครั้งที่ 15 แล้วก็ยังมีได้รางวัล