27/06/2022
Breaking News

“ยกวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” ปมปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ” ถ้าภายในสบายเพราะเหตุไรน้ำหนักลดพรวด-ผมหงอกทั้งหัว

อดีตรองพิธีกร ปชป.โพสต์ด่าทอราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยตัว “สรยุทธ์” เพราะเป็นคนมีชื่อเสียง ได้จัดรายการทีวีในเรือนจำ คนไม่ร่ำรวยไม่ดังได้แต่มองตาปริบๆเจอคนเคยตารางตัวจริง “ยกวิทย์” ด่าตอบคนหัวขวดไม่รู้เรื่องกฎเกณฑ์ คนมั่งมีไม่ร่ำรวยก็พักโทษได้ ถ้าภายในสบายทำไมน้ำหนักลดพรวดพราด ผมหงอกทั้งยังหัว แถมคนมีชื่อเสียงต้องเอาอย่างระเบียบเป๊ะ ไม่ถูกไม่ได้ โดนร้องทุกข์โดยทันที แต่สังคมไทยต้องการดังไม่เคยทราบทำยังไง เลยเกาะกระแสด่าทอไปด้วย

วันนี้ (15 มี.ค.) ในกรณีที่นายเชาว์ มีขวด อดีตรองพิธีกรพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เนื้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “เสรีภาพของสรยุทธกับปริศนาราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” กล่าวร้ายว่านายสรยุทธได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่เหมือนกับผู้ต้องขังโดยปกติ ได้รับอภิสิทธิ์ให้จัดรายการทีวีในเรือนจำ ร่วมกับแขกรับเชิญจากด้านนอก ทำกับข้าวโชว์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำของนายสรยุทธก็เลยสุข ต่างจากผู้ต้องขังคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งได้รับการนำสชั้นเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นเลิศอย่างรวดเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำตารางจริงเพียง 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปัญหาให้ผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันเข้าสู่เรือนจำพร้อมกัน แต่ไม่ร่ำรวย และไม่ดังเสมือนนายสรยุทธ ต่างนั่งมองตากันปริบๆหลายๆคนก็เลยสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้เช่นไร เพราะคดีโกงเป็นคดีความแนวทางที่ภาครัฐให้ความสำคัญรวมทั้งปราบอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับปราบคดโกงก็บัญญัติขัดขวางคนทุจริตไว้ภายในหลายมาตรา

“ผมไม่ได้รังเกียจที่นายสุรยุทธกระทำเป็นคนดี ทำความดีในเรือนจำ รวมทั้งได้รับการลดโทษ แต่การได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในเรือนจำ 1 ปีเศษ ที่นายสรยุทธดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย รวมทั้งได้รับการนำสชั้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ถ้าไม่ใช่เพราะนายสรยุทธเป็นคนมั่งมี คนมีชื่อเสียง จะได้รับอภิสิทธิ์เช่นนี้หรือเปล่า ถือเป็นปริศนาคาใจที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน ตารางไว้ขังคนจน คนมั่งมีไม่ติดคุก ไปจนกระทั่งร่ำรวย ดัง ออกจากตารางง่าย คนจนหมดโอกาสแลเห็นแสงแดด เพราะใช้ประโยชน์จากข้อแม้การลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะเดินเรื่องให้ เรือนจำก็เลยมืดมากสำหรับคนจำนวนหนึ่ง แต่สว่างโร่ได้สำหรับบางบุคคลใช่ไหม ผมไม่อยากให้การออกจากตารางของนายสรยุทธครั้งนี้มีบริบทเรื่องพระคุณต้องตอบแทน เพราะคนงานข่าวสารพันล้านคนนี้มีอิทธิพลด้านความคิดต่อหลายคน รวมทั้งกำลังจะกลับไปดำเนินการด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์กำหนด
ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ยกวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ของนายยกวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครักประเทศไทย โพสต์เนื้อความโต้กลับนายเชาว์ หัวข้อ “สันดานคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” กล่าวว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางบุคคลที่ไม่รู้เรื่องกฎเกณฑ์ของกรมราชฑัณท์ได้รู้ว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน ผู้ต้องขังที่เข้ามาตรฐานพักโทษจะต้องเป็นผู้ต้องขังที่ทำผิดทีแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำจากจำเจ และไม่เป็นคดีความอุกฉกรรจ์ อย่างคดีฆ่า ความผิดเกี่ยวกับเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา รุมโทรม หรือทุจริตประชากร อย่างนี้พักโทษไม่ได้ ที่สำคัญไม่ได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงผู้เดียว เพราะร่ำรวย โด่งดัง หรือเคราะห์ดีคุณต้องชดเชยคนไหนกันแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะได้เข้ามาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมราชฑัณท์ คนจนหรือคนมั่งมีติดคุกก็มีสิทธิจะพักโทษได้เช่นกัน อย่าไปตั้งแง่คนมั่งมีทำเป็น คนจนทำไม่ได้ เหมือนตัวเองเข้าใจคนจนหนักหนา โถ.. ร่ำรวยหรือจนกระทั่ง เดี๋ยวนี้ติดคุกเช่นกันหมด

หรือถ้าเกิดมีความรู้สึกว่าข้ามขั้นตอนได้ ทดลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าตารางเพราะคดีสิ้นสุดแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเยี่ยงผู้ต้องขังทั่วๆไปเป็นเรื่องเหนื่อยยากกว่าจะปรับนิสัยได้ สังเกตดูหน้าตา ร่างกาย ล้วนผอมเกร็ง น้ำหนักลดพรวดพราดโดยไม่ต้องกินยาลดความอ้วน ผมที่เคยดำก็ขาวหงอกทั้งยังหัว ถ้าเกิดกินอยู่สบายจริง ทำไมถึงดูแตกต่างกันไปอย่างกับคนละคน? อยากให้คนพูดไปทดลองติดคุกดู มันสบายเสมือนปากเบาๆที่กล่าวออกมาไหม? ติดคุกไม่มีสบายหรอก ยิ่งปัจจุบันด้วยแล้ว บรรดาผู้ต้องขังหรือพี่น้องผู้ต้องขังผู้อื่นต่างต้องร้องทุกข์กันโดยทันที ไม่มีเบรคครับผม เพราะเสรีภาพต้องการของทุกคนเช่นกันหมด คดีที่ทำให้ท่านสรยุทธติดคุก ถือเป็นคดีแนบท้ายมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันแปลว่า แม้จะได้ชั้นเลิศก็ไม่ได้ลดแบบผู้ต้องขังคนอื่นๆเขาเสียด้วย เพราะจะถูกลดอัตราส่วนให้น้อยลง ดังเช่น ธรรมดาชั้นเลิศ ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาตารางเรียกผ่าครึ่ง) ดังเช่น ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดเพียงแค่ 1 ใน 3 แปลว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียง 2 ปีครึ่งแค่นั้น แต่ฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีกลาย ระหว่างสรยุทธอยู่ในเรือนจำ จะไปว่าสรยุทธมีอภิสิทธิ์ได้เช่นไร ไม่มีผู้ใดทราบว่าจะมีอภัยโทษเมื่อไร? แม้แต่กรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่เคยทราบ

ส่วนคนยิ่งดัง เข้าตารางยิ่งต้องทำใจ เพราะหล่นจากฟ้ามาสู่ดินในตอนข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระวัง ทำทุกอย่างตามข้อกำหนดเป๊ะ ไม่ถูกไม่ได้ เพราะจะถูกร้องทุกข์จากผู้ต้องขังร่วมกันโดยทันที ในตารางนักร้องเรียนเยอะครับผม หูตาไว คนไหนกันได้ข้ามขั้นแซงหน้าเพื่อนพ้องเป็นเรื่องแน่ ไอ้ผู้ที่กล่าว เสียดายความรู้ที่เล่าเรียนมา เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้ เป็นนิสัยคนประเทศไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มหัวเข้าตาราง ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ เป็นต้นว่าคนทำอาหารเป็น ก็ไปทำกับข้าว คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นครู ก็ไปสอนหนังสือผู้ต้องขัง ทุกคนล้วนทำตัวมีคุณประโยชน์ต่อราชการ มีระเบียบปรับชั้นได้ กลับกัน ถ้าเกิดคนไหนกันทำผิดระเบียบชกต่อยกันในตารางก็โดนปรับชั้นลงได้เช่นกัน โน้ส อุดม เป็นนักแสดงที่น่าเคารพนับถือ ที่เข้าไปสร้างประโยชน์ สร้างความเพลิดเพลินในตาราง ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดแค่นั้น ทดลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งยังเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งอีกหลายเรือนจำ สามารถช่วยลดความเคร่งเครียดในตารางชั่วครั้งชั่วคราวให้ผู้ต้องขังได้ แต่สังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ คือต้องการดังแต่ไม่เคยทราบจะก่อให้ตัวเองดังอย่างไร เลยต้องเกาะกระแสติชมคนมีชื่อเสียงไปเรื่อย เข้าทำนอง “ต้องการดัง แต่หาตัวเองไม่เจอ” ที่สำคัญคือไม่มีองค์ความรู้ คนแบบงี้ไม่มีทางรุ่งเรือง อยู่ที่แห่งไหนก็ไปหมั่นไส้คนอื่นๆ ตัวเองดี คนอื่นๆชั่ว แต่เสแสร้งบอกว่าไม่ได้รังเกียจ

ผมเป็นคนอีกคนหนึ่งที่เคยเปิดเผยหลายแบบของกรมราชทัณฑ์มากมายว่า 15 ปี เพราะเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จนกระทั่งถึงบัดนี้ ยอมรับว่ากรมราชทัณฑ์ปรับปรุงปรับปรุงไปมากในยุคหลังๆโทรศัพท์มือถือไม่มี ยาไม่มี แม้แต่บุหรี่ยังไม่มีให้ดูด สมัยก่อนดูดได้เสรียันก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พร่ำเรื่องความชอบธรรม เคยเข้าไปในเรือนจำ เคยได้เห็นสภาพในเรือนจำข้างในสักที่หรือเปล่า? สรยุทธต่อสู้คดีถึงฎีกา คืนเงินพร้อมดอก เข้าไปติดคุก เข้ามาตรฐานพักโทษพิเศษ โทษยังไม่ได้หมดไป ต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็ไม่ได้ ออกนอกพื้นที่ต้องขอ ไม่ได้ข้ามขั้นตอนใดของทางราชทัณฑ์เลยสักหน่อย คนอย่างนี้ควรให้เขาออกมาทำประโยชน์ดีมากกว่าไหม? เพราะถ้าเกิดเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่มัวแต่ออกมาติชมคนอื่นๆแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”