20/10/2021
Breaking News

ประวัติน่ารู้ของ “วันไหว้พระจันทร์” เทศกาลสำคัญของคนเชื้อสายจีน

ประวัติน่ารู้ของ “วันไหว้พระจันทร์” เทศกาลสำคัญของคนเชื้อสายจีน

วันไหว้พระจันทร์ของทุกปี ตรงกับวันขึ้น 15 เย็นเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน สำหรับวันไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้ ตรงกับวันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 นับว่าเป็นเทศกาลที่คนเชื้อสายจีนให้ความใส่ใจ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอย่างไร ติดตามได้จากเนื้อหานี้

รู้จัก “วันไหว้พระจันทร์” สำคัญอย่างไร ทำไมชาวจีนจำต้องไหว้พระจันทร์?
วันไหว้พระจันทร์ หรือในภาษาจีนเรียกว่า “ควรชิวเจี๋ย” (中秋节) คือ เทศกาลกึ่งกลางฤดูใบไม้ร่วงของจีน จัดขึ้นเพื่อฉลองการเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ มักมีการจัดงานครึกโครมเพื่อขอบพระคุณสิ่งต่างๆที่บันดลให้การเพาะปลูกราบรื่น ให้ผลผลิตที่น่าพึงพอใจ

ส่วนต้นสายปลายเหตุที่ชาวจีนจำต้อง “ไหว้ขอบพระคุณดวงจันทร์” ในคืนเดือนเพ็ญ เหตุเพราะเชื่อว่า ดวงจันทร์ทรงอิทธิพลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง ตามวิถีสังคมเกษตรกรรมของคนจีนในโบราณกาล การไหว้เทพเทวดาแห่งพระจันทร์ ก็เลยเป็นการแสดงความเคารพแล้วก็ความขอบพระคุณนั่นเอง
j2
นอกจากนี้ ในคืนเดือนเพ็ญ ดวงจันทร์จะมีลักษณะเป็นทรงกลมเต็มดวง สามารถสื่อความหมายถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว รักใคร่สมัครสมานของคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวได้อีกด้วย ทำให้เมื่อถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ของทุกปี คนจีนจะนิยมใช้เวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว นับว่าเป็นช่องทางที่วงศ์ญาติจะได้เจอหน้า แล้วก็ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน
ความเป็นมาวันไหว้พระจันทร์ ตำนานความเลื่อมใสจากรุ่นสู่รุ่น
ความเลื่อมใสเกี่ยวกับความเป็นมาวันไหว้พระจันทร์ที่มีชื่อเสียงสูงที่สุดเป็น “นางฟ้าฉางเอ๋อเหาะสู่พระจันทร์” (嫦娥奔月) ตำนานเทพตำราของจีนที่เล่าว่า แต่ก่อน โลกมีดวงอาทิตย์ถึง 10 ดวง ทำให้แผ่นดินร้อนระอุ ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ “โฮ่วอี้” ผู้ชายผู้มีฝีมือแม่นยำสำหรับการยิงธนู อาสากำจัดทุกข์ให้ชาวโลกด้วยการยิงธนูพุ่งเข้าใส่ดวงอาทิตย์ กระทั่งเหลือดวงอาทิตย์เพียงแค่ 1 ดวง นับจากนั้นเขาก็กลายเป็นวีรบุรุษที่ผู้คนชื่นชม

ต่อมาโฮ่วอี้ได้แต่งงานกับหญิงงามนาม “ฉางเอ๋อ” วันหนึ่งระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางขึ้นยอดเขาระอุนหลุน ได้รับยาอายุวัฒนะมาจากฮองเฮาแห่งสวรรค์ ถ้าคนใดกินแล้วจะกลายเป็นเซียน หรือเทพที่เหาะเหาะเดินอากาศได้ แต่ทั้งคู่ตกลงใจเก็บยาไว้กับตัว แล้วก็ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ยกตัวอย่างเช่นเดิม
j3
ข่าวถึงหู “เผิงเหไม่ง” ศิษย์ของโฮ่วอี้ที่คิดหักหลังคุณครู ด้วยการบังคับข่มขู่ให้ฉางเอ๋อมอบยาอายุวัฒนะให้ในวันที่โฮ่วอี้พาลูกศิษย์คนอื่นไปล่าสัตว์ ฉางเอ๋อก็เลยตกลงใจรับประทานยาอายุวัฒนะเองกระทั่งหมด ทำให้ร่างลอยขึ้นเหนือพื้นดิน เหาะเหาะสู่สวรรค์ แต่ฉางเอ๋อยังอาลัยผัว ก็เลยเลือกไปเป็นเทพที่ดวงจันทร์แทน เหตุเพราะอยู่ใกล้โลก เมื่อดูลงมาจะได้เห็นผัว

เมื่อโฮ่วอี้กลับมาทราบเรื่องก็ร้องไห้เศร้าใจเป็นอย่างมาก ก็เลยแหงนหน้าขึ้นดูพระจันทร์ ร้องตะโกนเรียกชื่อเมีย แล้วก็เห็นเงาเหมือนรูปร่างของฉางเอ๋อในพระจันทร์สว่างไสวออกมา ต่อมาประชาชนก็ได้จัดพิธีการไหว้พระจันทร์ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อนางฟ้าฉางเอ๋อ ให้ช่วยคุ้มครองปกป้องแล้วก็รักษาปกป้องคุ้มครองให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเทศกาลไหว้พระจันทร์ในทุกวี่วันขึ้น 15 เย็น เดือน 8 นั่นเอง
เกร็ดประวัติศาสตร์ : ทำไมจำต้องกิน “ขนมไหว้พระจันทร์” ในคืนเดือนเพ็ญ?
การเริ่มรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ เริ่มขึ้นครั้งแรกในยุคที่มองโกลเข้ามาดูแลจีน ในครั้งนั้นมองโกลได้รุกรานจีน พร้อมด้วยส่งทหารไปคุมในแต่ละหมู่บ้าน สร้างความรู้สึกไม่ชอบใจให้แก่คนจีนอย่างใหญ่โต

“หลิวปั๋วเวิน” ก็เลยวางแผนเรียกร้องให้คนจีนร่วมมือกันขับไสมองโกล โดยการเขียนใจความระบุแนวทางไว้บนกระดาษใบเล็กๆแล้วก็นำกระดาษไปใส่เอาไว้ในขนม ส่งต่อๆกันเพื่อกระจายข่าว ไม่ให้ศัตรูสงสัย เมื่อถึงวันพระจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 เย็น เดือน 8 จากที่นัดหมายไว้ คนจีนก็จับอาวุธออกมาต่อสู้ขับไสมองโกลให้พ้นแผ่นดิน

ทุกวี่วันเพ็ญเดือน 8 ก็เลยกลายเป็นวันที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แล้วก็คนจีนจะนิยมมอบขนมไหว้พระจันทร์เพื่อระลึกถึงสถานะการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยได้กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่คนจีนนิยมทำขนมไส้มงคลเพื่อมอบให้แก่ญาติผู้ใหญ่นั่นเอง
กิจกรรมในวันไหว้พระจันทร์ ทําอะไรบ้าง?
เทศกาลวันไหว้พระจันทร์มิได้จัดขึ้นเพียงแค่ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น แต่ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งคนเชื้อสายจีนในประเทศไทย ก็ยังรับอิทธิพลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

ในช่วงเวลากลางคืนจะมีการจัดไฟแสง สี เสียง และตะเกียงสีสันสวยงาม เพื่อฉลองวันไหว้พระจันทร์ พร้อมด้วยมีกิจกรรมครึกโครมแห่เชิดมังกร แล้วก็ทุกบ้านจะนิยมซื้อขนมไหว้พระจันทร์มารับประทาน จัดพิธีการไหว้พระจันทร์ตามความเลื่อมใส นับว่าเป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวจะมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วก็ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน.