26/06/2022
Breaking News

“ก้าวไกล”หนุนบัตร 2 ใบแบบเยอรมันสะท้อนความต้องการ ปชช

ชี้แก้ รธน.เพื่อประโยชน์ประชาชนไม่ใช่ผลเลือกตั้ง…

ช่วงวันที่ 16 ไม่.ย. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบบลงคะแนนเสียงบัตร 2 ใบ แบบประเทศเยอรมนี ว่า ช่วงนี้สังคมไทยบางทีอาจจะเข้าใจผิดไปว่า การเลือกตั้งแบบสองใบ มีแม้กระนั้นแบบปี 2540 เท่านั้น แม้กระนั้นจริงๆยังมีระบบที่ดียิ่งกว่าทั้ง 2 แบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบรัฐธรรมนูญ 60 หรือ 40 ซึ่งเป็นแบบบัตรสองใบและสะท้อนเป้าหมายของประชากรก้าวหน้าที่สุด ระบบนี้เรียกว่า ระบบลงคะแนนเสียงแบบรูปร่างผสม Mixed Member Proportional MMP” เล่าแบบง่ายๆคือ “เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ได้จำนวน ส.ส. ในรูปร่างที่ถูกต้อง” โดยการเลือกตั้งแบบระบบเยอรมัน คุณมีบัตร 2 ใบ ใบแรกเลือก ส.ส.เขต อีกใบเลือกพรรค โดยใช้ทั่วประเทศเป็นเขต ขาเเนนใบที่เลือกพรรค จะเอามาคำนวนเป็น ส.ส.ควรมี แทนที่จะเอาคะแนนเลือก ส.ส. เขตทุกเขตมารวมแล้วมาคำนวณ ส.ส. ควรมี แบบ รธน. 60 แล้วเอาขาเเนนควรมี มาเป็นตัวระบุว่า แต่ละพรรคต้องมี ส.ส.มากแค่ไหน ถ้าได้ ส.ส. เขตมากกว่า ส.ส. ควรมี คุณก็ได้ไปเท่านั้น แม้กระนั้นถ้าได้ ส.ส. เขต น้อยกว่า ส.ส. ควรมี ก็ไปบวก ส.ส.ในบัญชีรายชื่อ ด้วยแนวทางแบบงี้ที่เยอรมันเขาใช้ มันเลยต้องว่าควรจะมี Over Hang Seat คือมีจำนวน ส.ส. มากกว่า 500 คน เพื่อให้รูปร่าง ส.ส. ในสภาของแต่ละพรรค สะท้อนต่อ โหวตเตอร์ หรือ สิ่งที่ต้องการของประชากร จริงๆ

นายพิจารณ์ พูดว่า ระบบลงคะแนนเสียงแบบ MMP หรือแบบเยอรมัน เป็นระบบลงคะแนนเสียงแบบบัตร 2 ใบ ที่ไม่เหมือนกับแบบบัตร 2 ใบ แบบ รธน. 40 ที่นับคะแนนเสียงแบบคู่ขนาน ที่ทำให้พรรคการเมืองใหญ่ถึงที่กะไว้นั่ง ส.ส. เกินกว่าคะแนนเสียงที่ได้รับ ซึ่งไม่สะท้อนเป้าหมายของประชากรผู้ที่ลงคะแนนเสียงได้จริงๆระบบลงคะแนนเสียงแบบ MMP ที่นำคะแนนนับด้วยกัน จะเข้ามาแก้ข้อเสียของบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบเดิม ที่จะทำให้รูปร่างที่นั่งในสภากับรูปร่างคะแนนที่พรรคการเมืองได้รับมีความใกล้เคียงกัน ในความเป็นจริงแล้วระบบลงคะแนนเสียงแบบรัฐธรรมนูญ 60 ก็เอาระบบลงคะแนนเสียงแบบ MMP มาดัดแปลงให้อยู่บัตรใบเดียว ที่ไม่อาจจะสะท้อนเป้าหมายของประชากรได้ว่าเลือกผู้สมัคร ส.ส. เขต หรือเลือกพรรค

“มันไม่ได้อยู่ว่าพรรคก้าวไกลจะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งแบบไหน การปรับปรุงรัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชากร ไม่ใช่เพื่อผลการลงคะแนนเสียง หรือเพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง การมีระบบลงคะแนนเสียงที่สะท้อนเสียงโหวตเตอร์ก้าวหน้าที่สุด ควรต้องเป็นหนทางที่ดียิ่งกว่า” นายพิจารณ์กล่าว…