20/01/2021
Breaking News

กินกันไม่ลง! สเปอร์สบุกยันเชลซีไร้สกอร์ แซงลิเวอร์พูลนำจ่าฝูง

Chelsea
“ดาร์บี้แมตช์ลอนดอน” สิ้นสุดลงด้วยการแบ่งแต้มกันไปแบบไร้สกอร์ ข้างหลัง เชลซี แม้จะเป็นไปได้มากกว่าแต่ว่าเจาะ สเปอร์ส ไม่เข้าก่อนจบด้วยการเสมอกันไป 0-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ไก่เดือยทองคำ” มี 21 แต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ว่าลูกได้เสียดีมากยิ่งกว่าทำให้แซงขึ้นนำผู้นำฝูง ส่วน “สิงห์บลูส์” รั้งชั้น 3 มี 19 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย. ก่อนหน้านี้เป็น “ลอนดอนดาร์บี้” ระหว่างเจ้าถิ่น เชลซี รับมือ สเปอร์ส ซึ่งเกมนี้ถ้าเกิดทีมใดคว้าสามแต้มได้จะแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำผู้นำฝูงในทันที
แฟร้งค์ แลมพาร์ด จัดสามหน้าทั้ง ฮาคิม ซิเย็ค, แทมมี่ อับราฮัม รวมทั้ง ติเตียนโม แวร์เนอร์ ส่วนทางฝั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ มี แฮร์รี่ เคน หน้าเป้ารวมทั้งให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ รวมทั้งแก่นแก้ว ฮึง-ไม่น ปั้นเกมเกื้อหนุน
เริ่มเกมมาไม่ถึง 2 นาที “สิงห์บลูส์” ได้ทักทายก่อนเลย ข้างหลัง ฮาคิม ซิเย็ค ตะบันนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ว่ายังไปเข้ามือ อูโก้ โยริส
นาที 9 “ไก่เดือยทองคำ” แทบชิงขึ้นนำไปก่อนหลังบอลสวนกลับขึ้นมาถึง เรกีล่อน ฝากเข้ากึ่งกลางให้ แฮร์รี่ เคน ก่อนแทงเร็วถึง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น แต่งเข้าขวาแต่ว่าซัดโผบินคานไปแบบได้เสียว

อีกสองนาทีถัดมา เมสัน เมาท์ พนันบอลให้ ติเตียนโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดหนีมือ อูโก้ โยริส แทรกเสาเข้าไปแล้ว แต่ทว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเพราะเหตุว่า แวร์เนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
นาที 15 สเปอร์ส ได้ลุ้นอีกข้างหลัง แซร์ช โอริเย่ร์ กดด้วยขวาสุดแรงนอกกรอบ แต่ว่าบอลยังไม่ห่างตัว เอดูอาร์ เมนดี้ ที่พุ่งปัดออกไปได้
นาที 29 เป็นจังหวะของ เมสัน เมาน์ท รับบอลจาก ก็องเต้ ก่อนเลี้ยงเข้าหน้ากรอบล็อคหนี มูสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนกดด้วยซ้ายบอลพุ่งสูงเลยคานออกไป
ไม่ถึงนาทีต่อมา สเปอร์ส ตอบโต้ขึ้นมาก่อนได้ฟรีคิกกว่า 25 หลานอกกรอบแต่ว่า แฮร์รี่ เคน ปั่นข้ามกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

ด้านหลังเกมจังหวะเป็นของเจ้าบ้านมากยิ่งกว่า นาที 36 โจ โรดอน กระแทกบอลทิ้งมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ แต่ว่าอดีตกาลฟูลแบ็กเลสเตอร์วอลเลย์ด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง
จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไร้สกอร์ 0-0
ครึ่งหลัง เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนัก นาที 48 รีซ เจมส์ ครอสมาให้ แทมมี่ อับราฮัม กระแทกหลุดกรอบ ต่อจากนั้นอีก 3 นาทีต่อมา อับราฮัม ได้โอกาสซัดหน้ากรอบอีกครั้งแต่ว่าบอลก็หลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น
นาที 65 มูรินโญ่ แก้เกมด้วยการส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ มาเล่นแทน ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ ก่อนนาที 74 แลมพาร์ด จะถอดเอา ติเตียนโม แวร์เนอร์ ออกแล้วส่ง คริสเตียน พูลิซิช ลงเล่นแทน
นาที 81 เป็นจังหวะส่องเข้ากรอบหนแรกของครึ่งหลังทั้งสองทีม รวมทั้งเกือบจะเป็นประตูขึ้นนำของเจ้าถิ่น ข้างหลัง เมสัน เมาน์ท ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆบอลพุ่งจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ อูโก้ โยริส จะไวพุ่งบินปัดปลายมือออกไป
ตอนทดเจ็บ นาที 90+3 สเปอร์ส มาคลาดโอกาสทองคำที่คว้าชัยข้างหลังบอลสวนกลับมาถึงหน้าประตูแต่ว่า โจวานนี่ โล เซลโซ่ ตกลงใจพลาดเลือกยิงหลุดกรอบออกไปแบบน่าผิดหวัง
จบเกม ทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ “ไก่เดือยทองคำ” มีเพิ่มเป็น 21 แต้มเท่ากับ “ลิเวอร์พูล” แต่ว่าลูกได้เสียดีมากยิ่งกว่าทำให้แซงนำผู้นำฝูงส่วน เชลซี รั้งชั้น 3 มี 19 คะแนนตามผู้นำฝูงสองแต้ม

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูม่า, ติเตียนอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – มัตเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม ซิเย็ค (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.83), แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.79), ติเตียนโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.74)
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด
สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โจ โรดอน, เอริก ดายเอ้อร์, เซร์คิโอ เรกีล่อน – มูสซ่า ซิสโซโก้, ปิเครื่องปรับอากาศ-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก – สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (เบน เดวิส น.89), ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ (โจวานนี่ โล เซลโซ่ น.65), แก่นแก้ว ฮึง-ไม่น (ลูคัส มูร่า น.90+2) – แฮร์รี่ เคน
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์