26/06/2022
Breaking News

กปปส. : 3 รัฐมนตรี ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งทันที ข้างหลังศาลสั่งติดคุกคดี กปปส. แม้กระนั้นหลุดข้อกล่าวหากบฏ

ศาลอาญาตัดสินคดีจำคุกแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการประชากรเพื่อการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำ” (กปปส.) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ ถูกตัดสินคดีจำคุกด้วย และจำเป็นต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 ก.พ.) ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดหมายฟังคำตัดสินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตกาลเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วรวมกันสร้างความโกลาหลในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่นๆจากการรวมกันทางด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ และนายรวมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายโดยใช้
คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และถัดมาฟ้องเพิ่มอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน ตอนวันที่ 24 มกราคม 2561 จำเลยทั้งสิ้นให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำตัดสินกว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชม. สำหรับในการอ่านตัดสินคดี โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำคุก 5 ปี
นายรวมพล จุลใส จำคุก 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด จำคุก 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย จำคุก 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม จำคุก 5 ปี
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำคุก 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
สำหรับจำเลยรายอื่นๆที่จำเป็นต้องคำตัดสินจำคุกในคดีเดียวกัน ประกอบด้วย
นางสาว อัญชะลี ข้าศึกรัก จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ ดงษ์ไพบูลย์ จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมอำนาจ โกศัยสุข จำคุก 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ หรือพระพุทธอิสระ จำคุก 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ จำคุก 2 ปี รองลงอาญา ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธาคนี จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
พล.ร.อ. ชัย สุวรรณภาพ จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์ จำคุก 4 ปี 16 เดือน
นายมั่นแม่น กะการดี จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศรี จำคุก 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน จำคุก 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน จำคุก 2 ปี
นายสบาย รอดเพชร จำคุก 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ จำคุก 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ จำคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายกิตว่ากล่าวชัย ใสสะอาด จำคุก 4 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 6,666 บาท
นางทยา ทีปสุวรรณ จำคุก 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท

3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำตัดสินศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ, นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด รัฐมนตรีว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม จำเป็นต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลโดยทันที เพราะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) และมาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ หากแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นผู้ออกมารับรองในเรื่องนี้
ส่วนกรณีของ ส.ส. มีการพินิจพิจารณากันในกลุ่มนักการเมืองว่าแม้ยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทวดาไท เสนโคตร อดีตกาล ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจำเป็นต้องสิ้นสุดลงตามมายี่ห้อ 98(6), 101(6) แม้จำเป็นต้องคำตัดสินให้จำคุกและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการบ้านการเมือง 7 คน

แม้กระนั้นสำหรับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร., นายรวมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร ปชป. และนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. จำเป็นต้องหลุดจากที่ประชุม เหตุเพราะศาลอาญายังสั่งเลิกสิทธิทางด้านการเมืองของพวกเขาตรงเวลา 5 ปี ซึ่งเว้นเสียแต่จำเลย 3 คนนี้ ยังมีคำบัญชาเลิกสิทธิการบ้านการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ, ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์, นายสบาย รอดเพชร และนางทยา ทีปสุวรรณ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าพึงพอใจลงชิงเก้าอี้ข้าหลวงประจำจังหวัด กทม. ด้วย
อย่างไรก็แล้วแต่ในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลพิจารณาหลักฐานแล้วมีความคิดเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยคือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ คาดหมายรัฐบาลลาออก ให้มีการปรับปรุงเพื่อไขปัญหาประเทศก่อนออกเสียง จึงไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญส่งผลผูกพันทุกองค์กร วินิจฉัยแล้วไม่มีเจตนาข้อผิดพลาดฐานกบฏ

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
อดีตกาลแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษา

sutrep3

“อะไรจะกำเนิดก็จำเป็นต้องกำเนิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อฟังคำตัดสิน นายสุเทพพูดว่า “อะไรจะกำเนิดก็จำเป็นต้องกำเนิด” โดยพูดว่าจำเลยทั้ง 39 คนได้เสวนากัน และทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกมาเช่นไร แม้กระนั้นย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ตั้งมั่นความประพฤติปฏิบัติที่รับผิดชอบ ไม่ได้อยากได้ฝืนกฎหมาย เคารพข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรม และน่าชื่นใจมากมายทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปปส. ถูกฟ้องร้องคดี ไม่มีผู้ใดหลบซ่อนคดี
เวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดา มีประชากรเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้ง 39 คน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นโดยรอบพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องหลังฉาก กปปส.
• สุเทพ: “สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดภายใต้ความน่าจะเป็นเป็น พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการบ้านการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ทักษิณ ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่สำหรับในการประเทศไทยไปอีกนานขนาดไหน
กปปส. นำโดยนายสุเทพจัดแจงรวมกันเป็นครั้งแรกตอนวันที่ 31 ตุลาคม 2556 รอบๆ ถนนเลาะสถานีรถไฟสามเสน กรุงเทพมหานคร เพื่อต้านการช่วยส่งเสริมร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดซอกซอย” ของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยชินการปฏิบัติ แปลงเป็นจุดกำเนิดของการรวมกันบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองไทยที่ลากยาวตรงเวลา 204 วัน ก่อนจะสิ้นสุดในวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นำภาควิชารักษาความเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับการกระทำข้อผิดพลาดที่อัยการชี้แจงในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ก่อตั้งคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปปส.
• ร่วมกันมั่ว เป็นอั้งยี่ ถ้ำโจร ก่อตั้งกองกำลัง แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติก่อข้อผิดพลาดต่อความยั่งยืนและมั่นคงของรัฐข้างในราชอาณาจักร
• ยุยงปลุกระดมให้ประชากรทั่วทั้งประเทศแข็งข้อ ร่วมรวมกันไล่ นางสาว ยิ่งลักษณ์ เคยชินการปฏิบัติ นายกรัฐมนตรี (เวลานี้) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดกั้นการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.
• แต่งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลประชากร” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะสั่งการแต่งนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี โดยจะนำรายนามขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ก่อตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งส่วนใดพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญหลายที่ เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• ขวางกีดกั้นทางคมนาคมขนส่งเป็นเหตุให้ประชากรได้รับความเดือดร้อน
• ปิดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีปราศรัย 7 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ขวางเส้นทางการจราจร ก่อตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกั้น ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

กลุ่มผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส. ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้รับรอง เข้าเรือนจำโดยทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตกาลแกนนำ ปปปส. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองข้าหลวงประจำจังหวัดจังหวัดกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร ไม่ได้ประกันตัวครับผม ???” ซึ่งหมายถึง
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
• นายพุทธิดงษ์ ปุณณตัด
• นายรวมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน เช่น
• นายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ หรือพระพุทธอิสระ
• ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา หลังคำพิพากษา แปลงชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอคอยส่งไปเรือนจำ
ราว 20.30 น. นักโทษทั้ง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของเรือนจำไปจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมีประชากรปริมาณหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมร้องเพลง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการรวมกันปิดกรุงเทพมหานคร แล้วมีเสียงตะเบ็งว่า “คนทรามหนีหมด คนดีหนีเข้าเรือนจำ คนทรามหนีไปยังต่างประเทศ ถัดไปคนไหนกันจะออกมาสู้”
นางทยา ทีปสุวรรณ ที่ถูกจำเรือนจำ 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าศาลในภาวะหนีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งสิ้นจะขออุทธรณ์และขอประกันตัวอีกที
เว้นเสียแต่คดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาตัดสินคดีเมื่อ 25 ก.ค. 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. ประกอบด้วย นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายโภคทรัพย์ ทรงร่ำรวยญสกุล และนายสกลธี ภัททิยกุล ในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏและอื่นๆรวม 8 ข้อหา โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ถัดมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดหมายอ่านคำตัดสินในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม